กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

ขอให้พรุ่งนี้...เป็นวันของเรา
ในปี พ.ศ. 2534

บริษัทผลิตภาพยนตร์

ไท เอนเตอร์เทนเมนท์

โดย จรัล พูลวรลักษณ์

และ วิสูตร พูลวรลักษณ์

เสนอผลงานภาพยนตร์

แนว ชีวิต-วัยรุ่น

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ซึ่งเป็นผลงานการกำกับ

โดย สมจริง ศรีสุภาพ

ซึ่งเป็นการสร้าง

จากบทภาพยนตร์

โดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลงานภาพยนตร์

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ถ่ายภาพโดย อานุภาพ บัวจันทร์

ลำดับภาพโดย สุนิตย์ อัศวินิกุล

กำกับศิลป์โดย รัชต พันธุ์พยัฆค์

ดนตรีประกอบโดย จิงเกอเบลล์

ช่วยกำกับภาพยนตร์

โดย ปิติ จตุรภัทร

ตั้งชื่อภาพยนตร์

โดย สุชาติ วุฒิชัย

เพลงประกอบภาพยนตร์

เพลง หนาวดึ๋ง

แต่งเนื้อร้อง

โดย ไทละเมอ

แต่งทำนอง

โดย จิงเกอเบลล์

ขับร้องโดย ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

เพลง พรุ่งนี้เป็นวันของเรา

แต่งเนื้อร้องและทำนอง

โดย จิงเกอเบลล์

ขับร้องโดย ปฎิภาณ ปฐวีกานต์

และ ณัฐสิมา คุปตะวาทิน

ผลงานภาพยนตร์

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

มีการเปิดตัวต่อสื่อมวลชน

และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2534

โดยในฐานะภาพยนตร์

ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ของวงการบันเทิง

ในช่วงต้นยุค 90

ผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้

สามารถทำรายได้

ไปถึง 25 ล้านบาท

และได้รับการบันทึก

ในปี พ.ศ. 2534

ว่าเป็นผลงาน

ภาพยนตร์ไทย

ที่มีรายได้สูงสุด

ของประเทศไทย

ในขณะนั้น

(โดยมีภาพยนตร์

โลกทั้งใบให้นายคนเดียว

ในปี พ.ศ. 2535

2499 อันธพาลครองเมือง

ในปี พ.ศ. 2540

และ นางนาก

ในปี พ.ศ. 2542

ได้รับการบันทึก

ในสถิตินี้แทนที่

ในระยะเวลาต่อมา)


ภาพยนตร์แนวชีวิต-วัยรุ่น

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

นำแสดงโดย ปฎิภาณ ปฐวีกานต์

รับบท ก้าน

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

รับบท หมี

ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ

รับบท กร๋อย

ปราโมทย์ แสงศร

รับบท แฉก

วิทิต แลต

รับบท กรด

ธีรวัฒน์ อรัญญานาค

รับบท ปิ๊ก

ณัฐสิมา คุปตะวาทิน

รับบท นิ่ม

สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ

รับบท หญิงแอ๋ว

ร่วมด้วย ณพัชร สุพัฒนกุล

สายธาร นิยมการณ์

ผอูน จันทรศิริ

สุประวัติ ปัทมสูต

ศิรินุช เพชรอุไร

และนักแสดง

รับเชิญพิเศษ

จันทร์จิรา จูแจ้ง

และ สหัสชัย ชุมรุม

ให้เกียรติร่วมแสดง







สำหรับเนื้อหา

และเรื่องราว

ของภาพยนตร์

แนววัยรุ่น

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อน

พ่อสอนไว้

เป็นเรื่องราวชีวิต

ในช่วงวัยรุ่น

ของ ก้าน หมี

ปิ๊ก กร๋อย

กลุ่มเพื่อนซี้ย่ำปึ้ก

แห่งห้อง ม.6/8

โรงเรียนดำรงวิทยา

ทั้งหมดเรียกตัวเอง

ว่าเป็นสมาชิก

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ที่ขึ้นชื่อเสียง (เสีย)

ในด้านความแสบ

ประจำโรงเรียน

โดยสมาชิกสุดซ่าส์

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ได้สร้างความเอือมระอา

ให้กับทุกๆคน

ในโรงเรียน

ไม่ว่าจะเป็นคุณครู

อย่างครูสุรวุฒิ

อาจารย์ฝ่ายปกครอง

รวมถึงเพื่อนๆนักเรียน

โดยเฉพาะกับหญิงแอ๋ว

เพื่อนนักเรียนหญิง

เด็กเรียนประจำห้อง

ที่สุดเคร่งและปากร้าย

เป็นไม้เบื่อไม้เมา

กับกลุ่มหินกลิ้ง

มาโดยตลอด

แต่แม้ว่าพวกเขา

จะทั้งซนและแสบ

แต่กลุ่มหินกลิ้ง

ก็พอมีดีอยู่บ้าง

จากการที่ในยามว่าง

ก้านจะช่วยปาป๊า

ทำงานที่บ้าน

ส่วนปิ๊กนั้นมีฝีมือ

ในด้านการเล่นบาส

กร๋อยมีความเก่งกาจ

ในด้านการเรียน

แม้ว่าจะขี้อาย

ส่วนหมีจอมเจ้าชู้

ก็เล่นดนตรีเก่ง

และเป็นคนร่าเริง

โดยในกลุ่มหินกลิ้งนี้

มีการต้อนรับ

สมาชิกน้องใหม่

คือ แฉก

รุ่นน้องชั้น ม.5

ที่ชื่นชอบและศรัทธา

ในกลุ่ม หินกลิ้ง

เขามีความตั้งใจ

จะรวมกลุ่มเพื่อนๆ

เพื่อสานต่อความเจ๋ง

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ในโรงเรียนต่อไป


โดยในช่วงเวลา

ใกล้ปิดเทอม

ทางโรงเรียน

ได้มีการจัดงาน

ฉลองครบรอบ 25 ปี

ของโรงเรียนดำรงวิทยา

ครูเกื้อได้มีความคิด

ที่จะดึงเอากรด

นักบาสฝีมือเยี่ยม

มาร่วมทีมบาส

โดยไม่ฟังคำทัดทาน

ของครูสุรวุฒิ

ครูฝ่ายปกครอง

ที่คิดว่ากรดนั้น

ก็เป็นพวกตัวแสบ

ไม่แพ้กลุ่มหินกลิ้ง

ขณะเดียวกัน

กลุ่มหินกลิ้งเอง

ตกอยู่ในภาวะล่อแหลม

เมื่อเกิดเรื่องตะลุมบอน

ขณะที่แอบไปเล่นสนุ๊ก

และถูกพวกนักข่าว

จับภาพไว้ได้

สมาชิกทุกคน

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ถุกคาดโทษ

จากทางโรงเรียน

จากการที่ทำให้โรงเรียน

ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

อีกทั้งยังถุกจับได้

ว่าลอกข้อสอบ

ทำให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ

มองกลุ่มหินกลิ้งในแง่ลบ

จนทำให้ทุกคนรู้สึกแย่

กับเหตุการณ์นี้


ก้านที่เป็นผู้นำ

ของกลุ่มหินกลิ้ง

เรื่มที่จะคิดได้

จากคำตักเตือน

ของปาป๊าและมาม๊า

รวมถึงการเห็นเพื่อนๆ

นักเรียนคนอื่นๆ

ต่างเอาจริงเอาจัง

ในการเตรียมตัว

ที่จะจัดงานฉลอง

ครบรอบ 25 ปี

ของทางโรงเรียน

ทุกคนดูสนุกสนาน

และมีความตั้งใจ

ที่จะแสดงผลงาน

รวมถึงเตรียมการ

ในด้านการแสดงต่างๆ

ก้านเริ่มรู้สึกตัวเอง

ว่าทำตัวว่างเปล่า

เป็นคนไม่มีอนาคต

และเมื่อได้พบกับนิ่ม

สาวน้อยน่ารัก

นางเอกละครเวที

เรื่อง มัทธนะพาธา

ก้านจึงเกิดความคิด

ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม

และพยายามสนับสนุน

ให้กลุ่มหินกลิ้งทุกคน

ใช้ความสามารถ

ที่ตนเองมีนั้น

มาใช้ในการสร้างสรรค์

เพื่อส่วนรวมดูบ้าง

ซึ่งจากการเข้าร่วม

ในทีมทีมบาส

ของปิ้ก

ทำให้กลุ่มหินกลิ้ง

ได้สมาชิกคนใหม่

คือ กรด

ซึ่งเป็นเพื่อนนักกีฬา

จากทีมบาส

โดยกรดเองนั้น

ก็มีปัญหาการเงิน

ของทางครอบครัว

ทำให้ตัดสินใจ

ที่จะลาออก

จากโรงเรียนไป

นอกจากนี้

ทั้งยังมีเรื่องร้าย

เกิดขึ้นกับแฉก

ทำให้กลุ่มหินกลิ้ง

ได้ตัดสินใจ

อย่างจริงจัง

ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ก่อนที่พวกเขานั้น

จะจบการศึกษา

ออกไป

แต่แม้จะยังไม่รู้

ว่าอนาคตข้างหน้า

จะมีอะไร

ที่รอพวกเขาอยู่

แต่ทุกๆคน

ก็ให้คำสัญญา

ว่าจะมุ่งไป

ในสิ่งที่ดี

และให้สัญญา

ว่าจะเป็นเพื่อนกัน

และคอยเป็นกำลังใจ

ให้กันและกันเสมอ


สำหรับเกร็ดเล็กๆน้อยๆ

เกี่ยวกับงานสร้าง

ผลงานภาพยนตร์

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ฉบับปี พ.ศ. 2534

ที่ผู้เขียนบลอก

อยากจะถือโอกาส

นำมาบันทึกไว้

ในบทความครั้งนี้

โดยในส่วนของขั้นตอน

การคัดเลือก

ตัวนักแสดงนำ

ในบทบาทต่างๆนั้น

ก่อนการถ่ายทำ

จะเริ่มมีการเริ่มต้นขึ้น

บริษัทภาพยนตร์

ไท เอนเตอร์เทนเมนท์

ได้มีการประกาศ

เพื่อเป็นการรับสมัคร

เหล่านักแสดงหน้าใหม่

ที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

ในภาพยนตร์วัยรุ่นเรื่องนี้

โดยในส่วนของนักแสดงนำ

ทางทีมงานและผู้กำกับ

ก็ได้มีการวางตัว

ไว้บ้างแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นคุณมอส

ปฏิภาณ ปฐวีกานต์

รวมถึงคุณแท่ง

ศักสิทธิ์ แท่งทอง

ที่ได้รับการวางตัว

เป็นนักแสดงหลัก

นอกจากนี้

ยังมีการเสาะหา

นักแสดงนำ

ในบทบาทอื่นๆ

โดยคุณคิง

สมจริง ศรีสุภาพ

ผู้กำกับภาพยนตร์

ก็ได้มาพิจารณา

และคัดเลือก

ตัวนักแสดง

ในหลายๆท่าน

ด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็น คุณโป๋

ธีรวัฒน์ อรัญญานาค

นายแบบหนุ่มหล่อ

เจ้าของตำแหน่ง

รองอันดับหนึ่ง

ในการประกวด

โดมอนแมน

ซึ่งคุณคิงได้ไปพบเขา

ที่ห้างมาบุญครอง

รวมถึงคุณโมทย์

ปราโมทย์ แสงศร

ที่มาจากการแนะนำ

ของคุณพจน์ อานนท์

บรรณาธิการ

นิตยสารเธอกับฉัน

ในขณะนั้น

โดยสำหรับบท

ของคุณเอ

วิฑิต แลดนั้น

เขาถือเป็นนายแบบ

ที่เคยร่วมงานกัน

กับคุณคิง

จากการมีผลงาน

ในด้านโฆษณา

จากการผลิต

ของบริษัทโฆษณา

สยามสตูดิโอ

มาก่อนหน้านี้แล้ว

ซึ่งจากการได้พบกัน

กับคุณคิงและทีมงาน

คุณเอจึงได้รับการชักชวน

ให้มาร่วมแสดงนำ

ในภาพยนตร์เรื่องนี้

โดยสำหรับคุณอาร์ต

ศักดิ์ศิลป์  สุวรรณเกตุ

ซึ่งถือเป็นนักแสดงหน้าใหม่

ที่มีการเปิดตัวครั้งแรก

ในภาพยนตร์เรื่องนี้

จากบทสัมภาษณ์

ในช่วงต้นยุค 90

ของคุณอาร์ต

เขาถือเป็นนักแสดงนำ

ที่มาจากการสมัคร

ผ่านทางจดหมาย

โดยแม้จะเคยผ่านงาน

ในด้านโฆษณา

มาก่อนหน้านี้

พอสมควรก็ตาม

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้

ก็ถือเป็นผลงาน

การแสดงชิ้นแรก

ในฐานะนัแสดง

อย่างเต็มตัว

ของคุณอาร์ต

ซึ่งจากจำนวน

ผู้สมัครทางบ้าน

กว่า 8000 คนนั้น

มีนักแสดงสมทบ

ที่ได้รับคัดเลือก

ให้มาร่วมแสดง

เป็นจำนวน 80 คน

โดยนักแสดงเหล่านี้

ได้มีโอกาส

ในการร่วมแสดง

เป็นเหล่านักเรียน

ในห้องเรียนหลัก

ของกลุ่มหินกลิ้ง

จำนวน 50 คน

และรับบทตัวแทน

ของนักแสดงเหล่านี้

สำหรับการลาหรือพัก

อีกจำนวน 30 คน

นอกจากนี้

ทางทีมงาน

ยังได้คัดเลือก

ไว้อีก 400 คน

เพื่อรับบทบาท

เป็นกลุ่มนักเรียน

ในฉากใหญ่ๆ

ของการถ่ายทำ

ในหลายๆฉาก

ของภาพยนตร์

ที่ต้องมีนักเรียนมากมาย

เข้ามาแสดงในฉาก

(โดยเกร็ดเล็กๆน้อยๆ

อีกด้านหนึ่ง

ของภาพยนตร์เรื่องนี้

คือการมีคุณต่าย

สายธาร นิยมการณ์

ดาราวัยรุ่นชื่อดัง

ของวงการบันเทิง

ในช่วงยุค 90

มาร่วมแสดง

ซึ่งบทบาทเล็กๆ

ที่ออกมาครั้งเดียว

ร่วมกับคุณมอส

ปฎิภาณ ปฐวีกานต์

ก็ทำให้เธอนั้น

เป็นที่จดจำ

ก่อนจะโด่งดัง

ในผลงานภาพยนตร์

เรื่อง อนึ่งคิดถึงพอสังเขป

ซึ่งถือเป็นผลงานการแสดง

ในภาพยนตร์เรื่องต่อมา

ของสาวน้อยน่ารักท่านนี้)


สำหรับในด้านการเตรียมงาน

ในการสร้างภาพยนตร์นั้น

ทางทีมงานของกองถ่าย

ได้มีการเตรียมตัว

ล่วงหน้ากว่า 3 เดือน

ก่อนจะมีการถ่ายทำจริง

โดยในช่วงการเตรียมงาน

ของการสร้างนั้น

ทางฝ่ายทีมงาน

ก็จะมีการเตรียมฉาก

ประสานงานสถานที่

ออกแบบ จัดหาเสื้อผ้า

และอบรมการแสดง

ให้กับนักแสดงหน้าใหม่

โดยเหล่านักแสดงนำ

ก็จะต้องเข้าเรียน

ในคลาสการแสดง

กับอาจารย์สุพล วิเชียรฉาย

เพื่อไม่ให้เสียเวลา

เมื่อถึงเวลา

ในการถ่ายทำจริง

นอกจากนี้

ในด้านสถานที่

ที่ใช้ในการถ่ายทำ

เพื่อใช้เป็นฉาก

ของโรงเรียนดำรงวิทยา

ตามในบทภาพยนตร์

ของภาพยนตร์เรื่องนี้

ทางทีมงาน

ได้มีการขอนุญาติ

ในการใช้สถานที่

ของโรงเรียน

ในหลายๆแห่ง

ทั้ง เซนต์คาเบรียล

เตรียมอุดม อัสสัมชัญ

และ หอประชุม

ของสยามสมาคม

เพื่อใช้เป็นโลเคชั่น

ในการถ่ายทำ

โดยนำมาตัดต่อ

เป็นโรงเรียนดำรงวิทยา

ตามที่บทภาพยนตร์

ได้วางเรื่องราวไว้

ซึ่งเมื่อผ่านการตัดต่อ

ผู้ชมภาพยนตร์

ก็จะไม่รู้สึก

ถึงความแตกต่าง

ของสถานที่เหล่านี้

(ข้อมูลมีการบันทึก

ในด้านเบื้องหลัง

จากบทสัมภาษณ์

ของผุ้กำกับภาพยนตร์

ในบางส่วนเท่านั้น)

Always On My Mind - Eisaku Yoshida

Always On My Mind - Eisaku Yoshida
อ่านเรื่องราวของเขาได้ในหัวข้อ 90 Japan Actor

From Me To You


บลอกนี้เกิดจากความรู้สึก

ที่อยากจะบันทึก

ประสบการ์ณ

และความทรงจำ

ในช่วงเวลาวัยเด็ก

ผ่านเส้นทาง

ผลงานต่างๆ

ของเหล่าดารา

นักร้อง นักแสดง

นายแบบ นางแบบ

ผู้เกี่ยวข้องกับศิลปะบันเทิง

ในวงการบันเทิง

ในช่วงยุค 70-90

ก่อนการมาถึง

ของอินเตอร์เนต

ในสังคมไทย

อย่างในทุกวันนี้

โดยในการจัดทำ

ผู้เขียนได้รวบรวม

จากความทรงจำ

และค้นเรื่องราว

และรูปภาพ

นำมารวบรวม

ให้เป็นภาพชัดเจน

ขึ้นมาอีกครั้ง

ด้วยสิ่งที่ตนเองนั้น

ยังคงเก็บไว้

ด้วยความให้เกียรติ

ผู้ให้ความบันเทิงเหล่านั้น

ในด้านที่สวยงาม

โดยหากท่านใด

ต้องการจะแก้ไข

หรือแนะนำข้อมูลต่างๆ

กรุณาฝากข้อความไว้

ทางอีเมล์ แอดเดรส

ทุกสิ่งจะได้รับการแก้ไข

ตามความต้องการ

ของทุกท่าน

และขอความกรุณา

ผู้อ่านทุกๆท่าน

ที่นำข้อมูลและภาพ

ในบลอกไปใช้

ขอให้ใช้ด้วยความสร้างสรรค์

มิใช่เพื่อการค้า ธุรกิจ

หรือทำการล่วงเกินผู้นั้น

ด้วยข้อความหรือข้อมูล

ในด้านลบต่างๆ

ให้สมกับเจตนารมณ์

ของผู้เขียนบลอก

ที่จัดทำบลอกขึ้นมา

ด้วยความตั้งใจ

ที่จะมอบความทรงจำ

ที่สวยงามในวันเก่า

ให้กับผู้อ่านมากมาย

ผ่านการจัดทำบลอกนี้

ผู้เขียนบลอก

หวังว่าท่านผู้อ่าน

ทุก-ทุกท่าน

ได้ร่วมย้อนวันเวลา

กลับไปในวัน-คืนเก่าๆ

ผ่านเรื่องราว

และรูปภาพต่างๆ

ในบลอกแห่งนี้

อย่างมีความสุข

Always On My Mind - Ekin Cheng

MY FAVORITE THAI MOVIE

MY FAVORITE THAI MOVIE
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

จอนนี่ แอนโฟเน่ - ชาวเวอร์ทูชาวเวอร์ (1990)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
hello magazine (1985-1989)

Mr Private Eye / City Hunter (1987)

กิฟท์ แมกกาซีน (1981-1992)

ในช่วงยุค 70-90 นั้น

สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทการ์ตูน

ที่เข้ามาแพร่หลาย

ในประเทศไทยนั้น

ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับ

ของกฎหมายลิขสิทธิ์

อย่างที่เกิดขึ้น

ในประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2535

ทำให้วงการการ์ตูน

ในประเทศไทย

ในขณะนั้น

มีการแข่งขันกัน

ระหว่างสำนักพิมพ์ต่างๆ

ในการตีพิมพ์และวางจำหน่าย

ผลงานการ์ตูนเรื่องดังๆ

จากประเทศญี่ปุ่น

จากเหตุผลในข้อนี้เอง

ทำให้เกิดนิตยสารการ์ตูน

เพื่อที่จะได้มีการแปล

และวางจำหน่าย

ให้ทันกับต้นฉบับ

ของนิตยสารการ์ตูน

ที่วางขายในประเทศญี่ปุ่น

และ กิฟท์ แม็กกาซีน

ของ ไลน์อาร์ทแพลนนิ่ง

ถือเป็นหนึ่งในนิตยสารการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ที่โด่งดังมากที่สุด

ในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมา

จากการมีการ์ตูนเรื่องดังๆ

อย่าง ไซเฟอร์ ไอบอย

เลขรักพิสดาร

อสูรน้อยกระซิบรัก

ตีพิมพ์เป็นประจำ

โดยนอกจากการ์ตูนฮิตเหล่านี้

กิฟท์ แม็กกาซีน

ยังมีลักษณะเฉพาะ

ที่มีความพิเศษ

ที่เป็นที่ชื่นชอบ

ของผู้อ่านมากมาย

จนกลายเป็นนิตยสารการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้อ่านทุก-ทุกคน

มาจนถึงในทุกวันนี้

โดยผู้อ่านบลอก

ที่สนใจและชื่นชอบ

ในนิตยสารเล่มนี้

สามารถอ่านบทความ

และชมภาพทั้งหมด

ได้ในหัวข้อ 80 thai magazine

และ 90 thai magazinr

Always On My Mind

Always On My Mind
แอน สุธิดา ทอมป์สัน

My Favorite Japanese Idol - Shonentai

ในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมานั้น

ถือเป็นช่วงยุคเฟื่องฟู

ของเหล่านักแสดง

นักร้องวัยรุ่น

ขวัญใจวัยรุ่น

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่เริ่มเป็นที่รู้จัก

และมีชื่อเสียง

ในประเทศไทย

โดยหลังจากความสำเร็จ

ของละครโทรทัศน์

เรื่อง เคนโด้

ข้าคือลุกผู้ชาย

รวมถึงละครโทรทัศน์

แนวกีฬา

จากประเทศญี่ปุ่น

อีกหลายๆเรื่อง

ที่เข้ามาแพร่ภาพ

และได้รับความนิยม

ในประเทศไทย

ในช่วงยุค 70

ผู้ชมชาวไทย

ก็เริ่มจะเปิดรับ

ผลงานเพลง

ละครโทรทัศน์

และภาพยนตร์เรื่องต่างๆ

จากประเทศญี่ปุ่น

โดยในฐานะ

กลุ่มนักร้อง

ขวัญใจวัยรุ่น

สามนักร้องหนุ่มหล่อ

วง Shonentai

ถือเป็นกลุ่มนักร้อง

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่ได้รับความนิยม

จากสาวๆชาวไทย

มากที่สุด

ในช่วงยุค 80

ซึ่งความโด่งดัง

ของพวกเขา

ทำให้ผู้ชม

ในประเทศไทยเอง

ได้มีโอกาสต้อนรับ

และเข้าชมคอนเสริต์

ของพวกเขา

ที่มีการจัดขึ้น

ในประเทศไทย

ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่

ในยุคสมัย

ที่ยังไม่มี Internet

และสื่อบันเทิงต่างๆ

ให้ได้ติดตามรับชม

กันอย่างมากมาย

เหมือนในทุกวันนี้

โดยผู้อ่านของบลอก

ที่คิดถึงผลงาน

และเรื่องราวเก่าๆ

ในช่วงแรก

ของอาชีพนักร้อง

ของทั้งสามหนุ่มหล่อนี้

สามารถติดตามเรื่องราว

และรับชมรูปภาพ

ของพวกเขาได้

ในหัวข้อ 80 Japan Male Idol

CLASSIC CM / WWW.OLDTHAITV.COM

ละครเก่าในความทรงจำ - ไก่นา (2002)

my favorite thai teen idol

นิด อรพรรณ พานทอง

คุณนิด อรพรรณ พานทอง

ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของ

บริษัทโพลีพลัส

ที่ผลิตรายการต่างต่าง

และละครโทรทัศน์ในวันนี้

ในความทรงจำของหลายคน

เธอคือนางเอกขวัญใจวัยรุ่น

ที่สร้างกระเเสให้วัยรุ่นในช่วงยุค80

ต่างพากันไว้ผมหน้าม้า

ผุกโบว์น่ารัก แต่งตัวสไตล์ญี่ปุ่น

รัดผมหางม้าเอียงไปข้างหนึ่ง

เขียนตัวหนังสือลายมือกุ้กกิ้ก

และอยากจะมีฟันกระต่าย

น่ารักน่ารักแบบเธอกันบ้าง

คุณนิด อรพรรณ พานทอง

ด่งดังอย่างมากจากภาพยนต์วัยรุ่น

โดยเฉพาะเมื่อประกบกับวงดนตรี

ขวัญใจวัยรุ่นยุค 80

อย่าง วงแมคอินทอช

ใน วันวานยังหวานอยู่

และ วันนี้ยังมีเธอ

รวมถึงอีกหลายเรื่องในช่วงยุค80

ไม่ว่าจะเป็นสวัสดีความรัก

ป.ล.ผมรักคุณ แกงค์ไอติม

เรารักกันนะที่ปักกิ่ง พิศวาส

รักเล่นเล่นไม่เห็นเป็นไร

โดยเธอเป็นนางแบบวัยรุ่น

ซึ่งมีจดหมายเรียกร้องจากผู้อ่าน

ซึ่งเป็นแฟนแแฟนของเธอ

ให้มาถ่ายแฟชั่นลงในนิตยสารวัยรุ่น

มากที่สุดคนหนึ่งในช่วงยุค 80

โดยสิ่งที่ยืนยัน อรพรรณฟีเวอร์

ในยุคนั้นได้อย่างดี

คือเธอคือนางแบบคนแรกบนแผ่นปก

ของสองนิตยสารวัยรุ่น

ที่เป็นตำนานของวัยรุ่นยุค80

คือ เธอกับฉัน และ วัยหวาน

และเมื่อเธอก้าวเข้าสู่วงการละคร

ในช่วงยุค 90 เป็นต้นมา

ก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน

จากละคร แม่ปูเปรี้ยว ตะวันชิงพลบ

เศรษฐีตีนเปล่า คู่ชื่นชุลมุน

เรือใบไม้ แก้วกลางดง

ชีวิตเปื้อนฝุ่น มัตติกา

ซึ่งเธอถือเป็นแบบอย่างของเยาวชน

จากการเป็นพิธีกรในรายการเด้ก

เล้กพริกขี้หนู ทางช่อง 7

อีกทั้งเธอสามารถเอนทร้านซ์

ติดคณะครุศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แม้จะมีงานมากมายเพียงใด

นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มเพลง

ชุด ตัวนิด...นิด กับบริษัทแกรมมี่

ที่ใครหลายคนยังคงจำเพลง

โดน เพลงแรกของอัลบั้มนี้ได้ดี

หลังห่างจากวงการบันเทิง

ในช่วงที่เธอสมรส

และมีลุกลุกที่น่ารัก

คุณนิด อรพรรณกลับมาอีกครั้ง

กับบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์

ที่ใช้ชื่อว่า โพลีพลัส

ซึ่งมีรายการสุดฮิตหลายรายการ

ไม่ว่าจะเป็นดาวกระจาย

ศึก12ราศรี สมาคมชมดาว

ตลาดสดสนามเป้า

ราตรีสโมสร วันวานยังหวานอยู่

และรายการวีไอพี

รวมไปถึงการผลิตละครโทรทัศน์

ที่มีผลงานเป็นที่นิยมตลอดมา

โดยเริ่มต้นจาก รักแท้แค่ขอบฟ้า

จนมาถึงหลายหลายเรื่องในปัจจุบัน

เช่น แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา

แรมพิศวาส พระจันทร์ลายพยัคฆ์

เธอกับเขาและรักของเรา

นอกจากนี้ยังออกนิตยสารรายปักษ์

เกี่ยวกับวงการบันเทิงในชื่อoops!

ทำให้บริษัทโพลีพลัสในวันนี้

เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์

ที่เติบโตเร็วที่สุดในวงการบันเทิง

Always On My Mind / Katsuhide Uekusa

Always On My Mind / Katsuhide Uekusa
(อ่านเรื่องราวของเขาได้ในหัวข้อ 80 japan male idol)

shonentai - private life (1987)

ธรณีนี่นี้ใครครอง (1998)

ในปี พ.ศ. 2541

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท No Problem

โดย วรายุฑ มิลินทจินดา

และ ธิติมา สังขพิทักษ์

เสนอละครโทรทัศน์

แนว Romantic Comedy

เรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง

ซึ่งนำแสดงโดย แอนดริว เกร็กสัน

และ ปิยธิดา วรมุสิก

ร่วมด้วย จุรี โอศิริ

อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ

วิยะดา อุมารินทร์

เวนย์ ฟอลโคเนอร์

พาเมล่า เบาว์เด้น

จตุรงค์ โกลิมาศ

และ อาภรณ์ บุญเสนอ

โดยละครโทรทัศน์

เรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง

สร้างจากบทประพันธ์

ของ กาญจนา นาคนันท์

นำมาดัดแปลง

เป็นบทโทรทัศน์

โดย วรการ

กำกับการแสดง

โดย ยิ่งยศ ปัญญา

ออกอากาศเป็นประจำ

ทุกคืนวันจันทร์ อังคาร

เวลา 20:30 น.

โดยเริ่มต้นแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในเดือน มิถุนายน

ปี พ.ศ. 2541

โดยผู้อ่านของบลอก

ที่สนใจเรื่องราว

และรูปภาพต่างๆ

จากละครโทรทัศน์เรื่องนี้

สามารถติดตามอ่านได้

ในหัวข้อ 90 Thai Drama Ch.3

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
M MAGAZINE (1990-1992)

พิสัย ศะศิสมิต - โฆษณายาสีฟันใกล้ชิด

ป๊อบ พิสัย ศะศิสมิต (หนุ่มแพรว1988)

ป๊อบ พิสัย ศะศิสมิต-หนุ่มแพรว 1988

หากจะกล่าวถึง

นายแบบในยุค 80

ที่มีรอยยิ้มกว้าง สดใส

เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ก็คงจะเป็นใครไม่ได้

นอกจากคุณป๊อบ

พิสัย ศะศิสมิต

เจ้าของตำแหน่งหนุ่มแพรว

ประจำปี พ.ศ 2531 คนนี้

โดย พิสัย ศะศิสมิต

คือ ชื่อและนามสกุลจริง

เขามีชื่อเล่นว่า ป๊อบ

เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2510

หนัก 63 กิโลกรัม

สูง 175 เซนติเมตร

ศึกษาอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ขณะที่ก้าวเข้าวงการบันเทิง

(ข้อมูลในปี พ.ศ. 2532 เท่านั้น)

คุณป๊อบเข้าสู่วงการแฟชั่น

จากการประกวดหนุ่มสาวแพรว

ซึ่งจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2531

จากแรงยุของเพื่อนเพื่อน

ให้เขาลองเข้าประกวดดู

ซึ่งในประกวดครั้งแรกของเขาครั้งนี้

คุณป๊อบสามารถคว้าตำแหน่งหนุ่มแพรว

จากการลงคะเเนนของคณะกรรมการ

และได้รับรางวัลนายแบบยอดนิยม

จากการโหวตของผู้ชม

มาได้ทั้งสองรางวัล

โดยในวันนั้นเขามีคุณแม่

และคุณป้าไปร่วมเชียร์

เป็นกำลังใจในการประกวดด้วย

โดยการที่เขาชนะเลิศ

ในการประกวดครั้งนี้

น่าจะมาจากรอยยิ้ม

และความเป็นธรรมชาติ

ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีบนเวที

โดยหลังจากเสร็จสิ้นการประกวด

เขามีงานถ่ายแบบมากมาย

โดยเริ่มจากนิตยสาร

ในเครือแพรว

อย่างแพรว แพรวสุดสัปดาห์

ก่อนจะเริ่มถ่ายแบบ

ให้กับนิตยสารอื่นอื่น

และมีผลงานการถ่ายแบบ

เดินแบบ โฆษณา

ฝากไว้มากมาย

ในช่วงยุค 80

ถึงช่วงยุค 90 ที่ผ่านมา

My Favorite Thai Actress

My Favorite Thai Actress
แหม่ม คัทลียา แมคอินทอช

ปริศนา (1987)

ภาพสวยสวยจากวันวาร...

ภาพสวยสวยจากวันวาร...
รัฐ จำเดิมเผด็จศึก - แพรวฉบับพิเศษ 1986

ปุกปุย (1990)

ภาพยนตร์คุณภาพ

เรื่อง ปุกปุย

ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้ชมภาพยนตร์

หลาย-หลายท่าน

มาจนถึงในทุกวันนี้

เกิดจากแนวคิด

ในการเขียนบท

ของ คุณอุดม อุดมโรจน์

และ คุณทองขาว มะขาวป้อม

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้

มีชื่อแรกในบทร่าง

ว่า ใครใครก็ไม่รัก

ซึ่งแนวคิดของเรื่อง

ได้รับแรงบันดาลใจ

มาจาก My Life As a Dog

จากการที่คุณอุดมนั้น

ต้องการสร้างภาพยนตร์

เกี่ยวกับเด็กเด็ก

ในแนวคิดที่อยากนำเสนอ

ให้สังคมและครอบครัว

หันมาใส่ใจ

และดูแลเด็กเด็ก

ในด้านความรู้สึก

ของพวกเขามากกว่านี้

โดยรายนามของผู้สร้างสรรค์

ภาพยนตร์คุณภาพเรื่องนี้

มีดังนี้ กำกับภาพยนตร์

โดย อุดม อุดมโรจน์

อำนวยการสร้าง

โดย จรัญ/วิสูตร พูลวรลักษณ์

ถ่ายภาพ

โดย ปัญญา นิ่มเจริญพงศ์

ดนตรีประกอบ

โดย จำรัส เศวตาภรณ์

ภาพยนตร์เรื่อง ปุกปุย

เปิดตัวต่อสื่อมวลชน

และออกฉายทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2533

โดยแม้จะมาพร้อม

กับคุณภาพ

และงานการสร้าง

ที่มีความสมบูรณ์แบบ

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้

ไม่ได้ออกฉายทันที

ที่การถ่ายทำเสร็จสิ้นลง

เนื่องจากต้องรอคิว

และเวลาในการออกฉาย

ในโรงภาพยนตร์

ที่มีจังหวะเหมาะสม

ก่อนที่ภาพยนตร์เล็กๆเรื่องนี้

จะทำรายได้ในปีนั้น

ไปอย่างเหนือความคาดหมาย

และยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้ชมทุก-ทุกคน

มาจนถึงทุกในวันนี้

ภาพยนตร์เรื่อง ปุกปุย

นำแสดงโดย ด.ช. ณพัชร สุพัฒนกุล

ที่ให้การแสดงชั้นยอด

และเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง

ที่บทภาพยนตร์ต้องการ

ร่วมด้วย ด.ญ. ปรางใส ณ นคร

ด.ช. ศุภชัย ชัยวัฒนเมธิน

เกรียงไกร อุณหนันท์

ธิติมา สังขพิทักษ์

และ ญาณี จงวิสุทธิ์

ALWAYS ON MY MIND / LEON LAI

TOKYO CINDERELLA STORY (1994)

my favorite thai drama - ตามรักคืนใจ

ในปี พ.ศ. 2541

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท ยูมาร์ 99 จำกัด

ได้เสนอละครโทรทัศน์

เรื่อง ตามรักคืนใจ

แพร่ภาพเป็นประจำ

ทุกวันศุกร์และเสาร์

เวลา 20:30 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

โดยละครโทรทัศน์เรื่องนี้

สร้างจากบทประพันธ์

ของ กิ่งฉัตร

ดัดแปลงเป็นบทโทรทัศน์

โดย ทุ่งดอกไม้

กำกับการแสดง

โดย วิลักษณา

นำแสดงโดย ธนากร โปษยานนท์

รับบท สีหนาท หรือ นายสิงห์

รามาวดี สิริสุขะ

รับบท หนูนา หรือ นารา

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

รับบท ราม

นาถยา แดงบุหงา รับบท รัศมี

นพชัย มัททวีวงศ์ รับบท อดิศร

ชไมพร สิทธิวรนันท์

รับบท จุฑารัตน์ หรือ จุ๊

เมธี อมรวุฒิกุล รับบท สารวัตรกช

รุ้งทอง ร่วมทอง รับบท ขนิษฐา

สมบัติ เมทะนี รับบท วรรณ

ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ศักดา

ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท แป้น

พิมพกา เสียงสมบุญ รับบท พวง

ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ รับบท เอกชาติ

วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบท เรือง

post to the past (70-90 tape / cd)

post to the past (70-90 tape / cd)
This Old Guitar / Phusming Nosavan (1985)

post to the past (70-90 magazine)

post to the past (70-90 magazine)
นิตยสารมรกต (1985-1996)

post to the past (70-90 sport guy)

post to the past (70-90 sport guy)
อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์

post to the past (70-90 actress)

post to the past (70-90 actress)
แหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์

post to the past (70-90 actor)

post to  the past (70-90 actor)
เล็ก ศรัณย์ สาครสิน

post to the past (70-90 tv drama)

post to the past (70-90 tv drama)
แต่งกับงาน (1998)

post to the past (70-90 movie)

post to the past (70-90 movie)
พ่อจอมยวนแม่จอมยุ่ง (1986)

post to the past (70-90 singer)

post to the past (70-90 singer)
เบิร์ด กุลพงศ์ บุนนาค

post to the past (70-90 asian star)

post to the past (70-90 asian star)
Yuki Saito

post to the past (70-90 asian star)

post to the past (70-90 asian star)
Kazukiyo Nishikiori / Shonentai

post to the past (70-90 model)

post to the past (70-90 model)
เปิ้น สปัน เสลาคุณ

post to the past (70-90 model)

post to the past (70-90 model)
เจี๊ยบ ศักราช ฤกษ์ธำรงค์

post to the past (70-90 teen idol)

post to the past (70-90 teen idol)
เอ อริชัย อรัญนารถ