บันทึกรักโพนีเทล / เมกุมิ มิสึซาวะ

บันทึกหน้าแรกของสาวน้อยวัย 14 ปี
ตั้งแต่ในช่วงยุค 80

เป็นต้นมานั้น

ผลงานการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

จากการสร้างสรรค์

ของ อ.เมกุมิ มิสึซาวะ

ซึ่งมักเป็นเรื่องราว

เกี่ยวกับชีวิต

และความรัก

ของเยาวชน

ที่มีความอ่อนโยน

และบริสุทธิ์

มีเนื้อหา

ที่ไม่หวือหวา

มีความเรียบง่าย

แต่มีความลึกซึ้ง

อยู่เสมอนั้น

ได้รับการแปล

และนำมาจัดพิมพ์

สำหรับผู้อ่าน

ในประเทศไทย

อย่างสม่ำเสมอ

โดยจากความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอก

ผลงานการ์ตูน

เรื่อง Ponytail Hakusho

หรือในชื่อเรื่อง

ในภาษาไทย

ว่า บันทึกรักโพนีเทล

ซึ่งนำมาบันทึก

ไว้ในบทความ

ของบลอก

ในครั้งนี้นี้นั้น

ถือเป็นผลงาน

การ์ตูนเรื่องยาว

ในเรื่องแรก

ของนักเขียนท่านนี้

ซึ่งจากความนิยม

ของผู้อ่าน

จากผลงาน

ที่มีความน่ารัก

และอ่อนหวาน

ในผลงานเรื่องนี้

ก็ทำให้ตั้งแต่กลางยุค 80

เป็นต้นมานั้น

อ.เมกุมิ มิสึซาวะ

ก็ได้มีการสร้างสรรค์

ผลงานการ์ตูน

ในเรื่องอื่นๆ

ที่ได้รับความนิยม

และเป็นที่จดจำ

ของผู้อ่าน

ให้ได้ติดตาม

อย่างมากมาย

มาจนถึงในทุกวันนี้


สำหรับผู้อ่านบลอก

ที่ไม่ได้เติบโต

มาในช่วงยุค 80

หรือไม่ได้ติดตาม

ผลงานการ์ตูน

ในเรื่องนี้

ผลงานการ์ตูน

เรื่อง Ponytail Hakusho

เป็นผลงานการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ในแบบเรื่องยาว

จำนวน 21 ตอน

ซึ่งเป็นผลงาน

การประพันธ์เรื่อง

และวาดภาพ

โดย อ.เมกุมิ มิสึซาวะ

ซึ่งมีการตีพิมพ์

เป็นครั้งแรก

แบบเป็นตอนๆ

ลงในนิตยสาร

ประเภทรายเดือน

ในชื่อ Ribon

ซึ่งเป็นนิตยสาร

ประเภทการ์ตูน

สำหรับผู้หญิง

ที่เน้นกลุ่มผู้อ่าน

ในวัยประถม

และมัธยมต้น

จากการจัดพิมพ์

โดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะ

ในช่วงปี พ.ศ. 2528

ถึงในช่วงปี พ.ศ. 2530

(ผลงานการ์ตูน

ในเรื่องนี้

มีการตีพิมพ์

ตอนที่ 1

ลงในนิตยสาร

ฉบับเดือนสิงหาคม

ในปี พ.ศ. 2528

และมีการตีพิมพ์

ตอนสุดท้าย

ลงในนิตยสาร

ฉบับเดือนเมษายน

ในปี พ.ศ. 2530)

โดยในส่วน

ของการจัดพิมพ์

ในแบบรวมเล่ม

สำหรับผู้อ่าน

ที่มีความต้องการ

ที่จะสะสมนั้น

ผลงานการ์ตูน

ในเรื่องนี้

ทางสำนักพิมพ์

ได้มีการจัดพิมพ์

ในแบบรวมเล่ม

เป็นครั้งแรก

ออกมาวางจำหน่าย

จำนวน 5 เล่มจบ

จากนั้นในภายหลัง

จึงได้มีการจัดพิมพ์

ในแบบรวมเล่ม

ขนาดหนา

จำนวน 3 เล่มจบ

ออกมาวางจำหน่าย

สำหรับผู้อ่าน

ในประเทศญี่ปุ่น

อีกครั้งหนึ่ง


สำหรับผู้อ่าน

ในประเทศไทย

ผลงานการ์ตูน

เรื่อง Ponytail Hakusho

ได้รับการแปล

และนำมาจัดพิมพ์

เป็นครั้งแรก

ในช่วงปี พ.ศ. 2530

(ซึ่งเป็นช่วงเวลา

ก่อนกฎหมาย

ในด้านลิขสิทธิ์

จะมีการบังคับใช้

อย่างเข้มงวด

ในประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2533)

โดยในการจัดพิมพ์

เป็นครั้งแรก

ในประเทศไทยนั้น

การ์ตูนเรื่องนี้

ได้รับการแปล

และจัดพิมพ์

จำนวน 5 เล่มจบ

ตามต้นฉบับ

ในแบบรวมเล่ม

ของประเทศญี่ปุ่น

โดยในการจัดพิมพ์

ในประเทศไทย

โดยสำนักพิมพ์

สยามสปอร์ตพรินติ้ง

ในปี พ.ศ. 2530

การ์ตูนเรื่องนี้

มีราคาปก

จำนวน 12 บาท

โดยมีผู้แปล

ซึ่งใช้นามปากกา

ในชื่อ คุณลูกชิ้น

และมีผู้วาดภาพปก

ซึ่งใช้นามปากกา

ว่า คุณ LEK

เป็นผู้สร้างสรรค์

ในงานส่วนนี้

(แม้ว่าในระยะหลัง

ผลงานการ์ตูน

ในเรื่องต่างๆ

ของ อ.เมกุมิ มิสึซาวะ

จะได้รับการติดต่อ

ในด้านลิขสิทธิ์

เพื่อนำมาแปล

และจัดพิมพ์

อย่างถูกต้อง

ตามกฎหมาย

ในประเทศไทย

โดยสำนักพิมพ์บงกช

แต่เป็นที่น่าเสียดาย

ที่ผลงานฮิต

อย่างการ์ตูนเรื่องนี้

และ Sora Iro no Melody

ซึ่งเป็นผลงานเด่น

ในช่วงยุคแรกๆ

ซึ่งมีเนื้อหาอ่อนโยน

เเละมีความสร้างสรรค์

เหมาะกับเยาวชน

ยังไม่ได้รับการแปล

และนำมาจัดพิมพ์ใหม่

ในแบบลิขสิทธิ์

ในประเทศไทย

ในช่วงยุคหลังเลย)


สำหรับเนื้อหา

เเละเรื่องยาว

ในแบบย่อๆ

ของผลงานการ์ตูน

เรื่อง บันทึกรักโพนีเทล

หรือ Ponytail Hakusho

ผลงานการ์ตูน

ของ อ.เมกุมิ มิสึซาวะ

ในเรื่องนี้นั้น

เป็นเรื่องราวชีวิต

และความรัก

ของยุย

เด็กสาวน่ารัก

ซึ่งเป็นนักเรียน

ในระดับ

ชั้นมัธยมต้น

ที่มีอายุ 14 ปี

ซึ่งมีนิสัยร่าเริง

เป็นคนเปิดเผย

และอ่อนโยน

ซึ่งจากความอบอุ่น

ในครอบครัว

ซึ่งมีสมาชิก

ทั้งหมด 5 คน

คือ พ่อ แม่

ยุย ชินอิจิ

และ เคนตะ

ซึ่งเป็นพี่ชาย

และน้องชาย

ก็ทำให้ยุย

ที่มีเคล็ดลับ

เรียกความเข้มแข็ง

ในแต่ละวัน

ด้วยการผูกผม

ทรงหางม้า

ซึ่งเป็นเคล็ดลับ

ที่แม่ของยุย

สอนให้ไว้

ตอนยังเล็กนั้น

ก็ทำให้ยุย

ที่ในยามว่าง

มักช่วยงาน

ร้านขนมปัง

ของครอบครัว

กลายเป็นคนร่าเริง

และเข้ากับเพื่อนๆ

รวมถึงรุ่นพี่

ในโรงเรียน

และชมรมเคนโด้

ซึ่งเธอและคูจัง

ผู้เป็นเพื่อนสนิท

เข้าเป็นสมาชิก

ได้เป็นอย่างดี


ในฐานะสมาชิก

ของชมรมเคนโด้

ยุยได้รู้จักกุนจิ

เด็กหนุ่มหน้าตาดี

ที่มีนิสัยเงียบขรึม

จากการที่กุนจิ

ที่มีความสามารถ

ในด้านเคนโด้

จากการฝึกฝน

กับคุณปู่

ที่เป็นนักกีฬา

ที่มีชื่อเสียง

มาตั้งแต่เล็ก

ได้รับการชักชวน

ให้เข้ามาเป็นสมาชิก

ของทางชมรม

ซึ่งจากความใกล้ชิด

ในการทำกิจกรรม

กับทางโรงเรียน

ตลอดระยะเวลา

ในช่วงชั้นมัธยมต้น

ก็ทำให้ยุย

และกุนจิ

ที่เคยพบกัน

ในช่วงวัยเยาว์

เริ่มที่จะเปิดใจ

ให้กันและกัน

แต่ปัญหาสำคัญ

ที่เข้ามาขัดขวาง

ความสัมพันธ์

ที่ก่อตัวขึ้น

ของทั้งสองนั้น

กลับมาจากปัญหา

จากการหย่าร้าง

ของพ่อ แม่

ของกุนจิ

ซึ่งเป็นช่างภาพ

และนักแสดงชื่อดัง

ที่ทำให้กุนจิ

รู้สึกว้าวุ่นใจ

และปิดกั้นตัวเอง

จากคนอื่นๆ

นอกจากนี้

การปรากฎตัว

ของเฟรดดี้

นักเรียนใหม่

หน้าตาหล่อเหลา

ที่มีผมทอง ตาสีฟ้า

ซึ่งเป็นบุตรชาย

ของครอบครัว

ชาวอเมริกัน

ที่เป็นเพื่อนสนิท

กับทางครอบครัว

ของยุย

ที่เดินทาง

มาจากสหรัฐ

ก็ทำให้ยุยนั้น

ได้ค้นพบ

ถึงความจริง

ว่าเธอนั้น

ไม่ใช่ลูกแท้ๆ

ของพ่อ แม่

แต่เป็นลูกสาว

ของนักเขียน

และนักวาดภาพ

นิทานสำหรับเด็ก

ซึ่งทั้งสองนั้น

ได้เสียชีวิต

ตั้งแต่ยุยยังเล็ก

ท่ามกลางความทุกข์

และความอึดอัดใจ

จากการได้รับรู้

ถึงความจริง

ยุยกลับได้ค้นพบ

ถึงความสุข

จากความเข้าใจ

ถึงความห่วงใย

ที่ทางครอบครัว

และเพื่อนๆ

มีให้กับเธอ

มาโดยตลอด

โดยเรื่องราว

ของการ์ตูน

ในเรื่องนี้

ในช่วงสุดท้าย

ได้จบลง

จากการที่กุนจิ

และตัวยุย

ซึ่งสำเร็จการศึกษา

ในระดับชั้นมัธยมต้น

และมีความรู้สึกที่ดี

มอบให้แก่กัน

ได้ตัดสินใจ

ก้าวไปตามฝัน

ตามเส้นทาง

ของแต่ละคน

โดยขณะที่กุนจิ

ได้ตัดสินใจ

ย้ายไปศึกษาต่อ

ที่โรงเรียนมัธยม

ที่มีชื่อเสียง

ในด้านเคนโด้

ที่เมืองโกเบ

จังหวัดเฮียวโงะ

ซึ่งทำให้ต้องห่าง

จากเพื่อนๆ

และยุยไป

ยุย คูจัง

และเฟรดดี้

ที่คร่ำเคร่ง

กับการสอบ

เพื่อเข้าศึกษาต่อ

ในโรงเรียนชั้นนำ

ที่ทั้งสามคาดหวัง

ก็ล้วนแต่สำเร็จ

สมกับความตั้งใจ

โดยในช่วงสุดท้าย

ของเรื่องราว

ยุยที่เติบโต

และผ่านเรื่องราว

ที่หลากหลาย

ได้ตัดสินใจ

ที่จะตัดผมสั้น

จากความตั้งใจ

ที่จะเติบโต

เป็นผู้ใหญ่

และสร้างความเข้มแข็ง

ขึ้นมาด้วยตัวเอง

อีกครั้งหนึ่ง

Aoi Hitomi no Sei Life (1984-1985)

ฝากความรักฉันไว้...ที่คามาคุระ
ในปี พ.ศ. 2527

สถานีโทรทัศน์

ช่อง Fuji Tv

ร่วมกับบริษัท

Daiei Tv

เสนอผลงาน

ละครโทรทัศน์

แนว วัยรุ่น / ชีวิต

ตลก / โรแมนติก

เรื่อง 青い瞳の聖ライフ

Aoi Hitomi no Sei Life

(Life of St. Blue Eyes)

ซึ่งเป็นผลงาน

ละครโทรทัศน์

ในแบบชุดยาว

จำนวน 23 ตอนจบ

จากการอำนวยการผลิต

โดย Taihei Ichikawa

Hiromi Yanagida

Hiroshi Chihara

การกำกับ

โดย Mitsuo Ezaki

Yoshio Inoue

Togoro Tsuchiya

Koichi Takemoto

บทโทรทัศน์

โดย Shoji Imai

Takashi Ezure

Ichiro Yamanaka

ดนตรีประกอบ

โดย Reijiro Toroku

เพลงประกอบละครโทรทัศน์

ช่วง Opening Credits

เพลง Desert Moon

ประพันธ์คำร้อง / ขับร้อง

โดย Hiroko Taniyama

ประพันธ์ทำนอง

โดย Dennis DeYoung

เรียบเรียงดนตรี

โดย Shiro Sagisu

ละครโทรทัศน์

เรื่อง Aoi Hitomi no Sei Life

หรือ Life of St. Blue Eyes

ออกอากาศเป็นประจำ

ในทุกคืนวันพุธ

เวลา 20:00 น.

ทางสถานีโทรทัศน์

ช่อง Fuji Tv

โดยออกอากาศตอนแรก

ในวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2527

และมีการแพร่ภาพ

อย่างต่อเนื่อง

ไปจนถึงตอนสุดท้าย

ในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2528

โดยสำหรับผู้ชม

ในประเทศไทย

ละครโทรทัศน์

ในเรื่องนี้นั้น

ได้มีการติดต่อ

ในด้านลิขสิทธิ์

จากทาง Fuji Tv

และ Daiei Tv

เพื่อนำมาแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

โดยละครโทรทัศน์

ชุด Aoi Hitomi no Sei Life

หรือ Life of St. Blue Eyes

มีการแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

โดยใช้ชื่อเรื่อง

ในภาษาไทย

ว่า วัยรักวัยเรียน

และมีการออกอากาศ

อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2529

ถึงช่วงต้นปี พ.ศ. 2530

โดยในการออกอากาศ

ในเสียงภาษาไทยนั้น

ละครโทรทัศน์เรื่องนี้

มีการแพร่ภาพ

เป็นประจำ

ในทุกวันอาทิตย์

เวลา 16:00 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

โดยเริ่มต้น

การออกอากาศ

เป็นครั้งแรก

ในเดือนตุลาคม

ของปี พ.ศ. 2529


ละครโทรทัศน์

เรื่อง Aoi Hitomi no Sei Life

(Life of St. Blue Eyes)

นำแสดงโดย

Florence Haga

รับบท Beth

Ichirota Miyakawa

รับบท Yutaro

Itsumi Osawa

รับบท Yayoi

Takayuki Takemoto

รับบท Ken

ร่วมด้วย Gin Maeda

Kazuko Yoshiyuki

Kanie Keizo

Tetsuro Tanba

Yatsuko Tanami

Meiko Kaji

Saori Aoki

Kunihiko Ida

Kazuya Asami

Rie Hiki

Koichi Nonaka

Hideyuki Nagayama

Ken Nakamoto

Hiromitsu Suzuki

Mina Asami

Fusako Kenmotsu

Megumi Ishii

Shota Morikawa

Baku Numata

Hisao Dazai

Yoko Kikuchi

Tamao Arai

Yayoi Haraguchi

Nagisa Koyama

Makoto Arakawa

Akiko Tominaga

และนักแสดงพิเศษ

Yoko Oginome

Keiko Watanabe

Kiyomi Minami

Kosuke Toyohara

ให้เกียรติร่วมแสดง

ในบทบาทรับเชิญ








สำหรับเนื้อหา

และเรื่องราว

ในแบบย่อๆ

ของละครโทรทัศน์

เรื่อง Aoi Hitomi no Sei Life

หรือ Life of St. Blue Eyes

ฉบับการสร้าง

ในปี พ.ศ. 2527

ละครโทรทัศน์

ในเรื่องนี้นั้น

เป็นเรื่องราวชีวิต

และความรัก

ของ เบธ กรีน

นักเรียนแลกเปลี่ยน

จากสหรัฐอเมริกา

ที่เดินทางมาพัก

ร่วมกับครอบครัว

ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น

ที่เมืองคามาคุระ

จังหวัดคานางาวะ

ซึ่งจากปัญหา

ทางด้านครอบครัว

จากการหย่าร้าง

ของพ่อ แม่

และความหลงใหล

ในการใช้ชีวิต

ท่ามกลางวัฒนธรรม

ในแบบญี่ปุ่น

ที่เมืองคามาคุระ

ซึ่งมีความงดงาม

จากการผสมผสาน

ระหว่างมนต์เสน่ห์

ของภูเขา

และท้องทะเล

ซึ่งมีประวัติศาสตร์

ที่ยาวนาน

ก็ทำให้เบธนั้น

มีความต้องการ

ที่จะใช้ชีวิต

และศึกษาต่อ

ในโรงเรียนมัธยม

ที่ประเทศญี่ปุ่น

แม้จะสิ้นสุด

ช่วงเวลา

ในโครงการ

นักเรียนแลกเปลี่ยน

ซึ่งจากการช่วยเหลือ

ของยูทาโร่

เพื่อนนักเรียนหนุ่ม

ที่เป็นสมาชิก

ในชมรมกรีฑา

ซึ่งมีท่าทางซื่อๆ

และเป็นคนจิตใจดี

ซึ่งเป็นบุตรชายคนโต

ของครอบครัวใหญ่

ที่เบธนั้น

มาพักอาศัย

ก็ทำให้หนุ่มสาว

ที่มีความแตกต่าง

ทางด้านเชื้อชาติ

และยังมีสถานะ

เป็นเพียงนักเรียน

ในชั้นมัธยมปลาย

ได้เข้าพิธีแต่งงาน

ซึ่งจากการแต่งงาน

ในแบบหลอกๆ

ที่ได้มีการจัดขึ้น

เพื่อทำให้เบธ

สามารถใช้ชีวิต

อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

ร่วมกับทุกคน

ต่อไปได้นั้น

ก็ทำให้เบธ

และยูทาโร่

เกิดความรัก

ในกันและกัน

ขึ้นมาจริงๆ

(ขอขอบคุณวิดีโอ

โดยคุณ cop ylov

www.youtube.com)



โดยจากความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอก

ละครโทรทัศน์

ชุด Aoi Hitomi no Sei Life

หรือ Life of St. Blue Eyes

ถือเป็นละครโทรทัศน์

แนว ชีวิต / วัยรุ่น

อีกเรื่องหนึ่ง

จากการสร้างสรรค์

ของบริษัท Daiei Tv

ที่ได้รับการติดต่อ

และซื้อลิขสิทธิ์

เพื่อนำมาแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

(โดยในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมานั้น

ละครโทรทัศน์

แนว ชีวิต-วัยรุ่น

หลาย-หลายเรื่อง

จากการสร้างสรรค์

ของ Daiei Tv

ซึ่งถือเป็นบริษัท

ที่มีความยิ่งใหญ่

อีกหนึ่งบริษัท

ในวงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นที่จดจำ

จากความถนัด

ในการผลิต

ละครโทรทัศน์

แนว ชีวิต / วัยรุ่น

ที่มีกลิ่นอาย

แบบเมโลดราม่า

ที่บีบคั้นอารมณ์

ของผู้ชมทางบ้าน

ในแบบสุดๆ

ล้วนได้รับการติดต่อ

และซื้อลิขสิทธิ์

เพื่อนำมาแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

อย่างต่อเนื่อง

โดยนอกจากผลงาน

ละครโทรทัศน์

ที่ใช้ชื่อเรื่อง

ในภาษาไทย

จากการแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ว่า วัยรักวัยเรียน

ที่นำมาบันทึกไว้

ในบทความครั้งนี้

ละครโทรทัศน์

แนว ชีวิต / วัยรุ่น

ชุด รักอำพราง

(Kokosei Fufu)

รักเธอสุดขอบฟ้า

(Stewardess Monogatari)

วุ่นรักวัยเรียน

(Furyo Shojo to Yobarete)

แด่คุณครูด้วยดวงใจ

(School Wars)

โพนี่เทล เวทีมายา

(Ponytail wa Furimukanai)

ไฟปรารถนา

(Hanayome Ishou wa Dare ga Kiru)

รักต่างเลือด

(Chikyoudai / Foster Sisters)

ซึ่งมีการแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5

ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2526

ถึงช่วงปี พ.ศ. 2532

ที่ผ่านมานั้น

ล้วนเป็นละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่ได้รับความนิยม

และเป็นที่จดจำ

ของผู้ชม

ในประเทศไทย)

ซึ่งจากความทรงจำ

ในช่วงวัยเด็ก

ของผู้เขียน

ละครโทรทัศน์

เรื่อง Aoi Hitomi no Sei Life

หรือ Life of St. Blue Eyes

ที่นำมาบันทึกไว้

ในบทความครั้งนี้

นอกจากภาพรวม

ที่ถือเป็นละครโทรทัศน์

สำหรับผู้ชมวัยรุ่น

ที่มีเนื้อหาสดใส

ซึ่งดูจะแตกต่าง

จากผลงาน

ในเรื่องอื่นๆ

ของทางบริษัท

Daiei Tv

จากการถ่ายทอด

ความสวยงาม

ของความรัก

ที่มีความสดใส

ระหว่างหนุ่มสาว

ละครโทรทัศน์

ในเรื่องนี้

ยังเป็นที่จดจำ

ของผู้ชมทางบ้าน

จากการเป็นผลงาน

ในด้านสื่อบันเทิง

ที่เป็นการบันทึก

ความงดงาม

ของสถานที่ต่างๆ

ในเมืองคามาคุระ

ในช่วงทศวรรษที่ 80

ไว้ได้อย่างครบถ้วน

จากการที่ละครโทรทัศน์

ในเรื่องนี้นั้น

ถือเป็นละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่ทางผู้ผลิต

มีความตั้งใจ

ที่จะถ่ายทอด

ความสวยงาม

ของโลเคชั่น

ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญ

ที่มีความเกี่ยวข้อง

กับความรู้สึก

ของตัวละคร

(Togoro Tsuchiya

ซึ่งเป็นหนึ่ง

ในทีมผู้กำกับ

เคยเป็นผู้ผลิต

ผลงานภาพยนตร์

ที่เน้นภาพสวยๆ

ของสถานที่

ในเมืองคามาคุระ

ในการทำงาน

มาก่อนหน้านี้

ทำให้เขานั้น

ได้ถูกเรียกตัว

ให้มารับงาน

ในด้านภาพนี้)

นอกจากนี้

ในส่วนของไตเติ้ล

ช่วง Opening Credits

ละครโทรทัศน์

ในเรื่องนี้นั้น

ถือเป็นละครโทรทัศน์

ที่มีไตเติ้ลเปิดตัว

ที่มีความสวยงาม

และน่ารัก

อย่างมาก

อีกเรื่องหนึ่ง

จากการที่ทีมงาน

ได้มีการถ่ายทำ

ไตเติ้ลใหม่

โดยเป็นการบันทึก

ภาพความน่ารัก

ของ Florence Haga

ซึ่งเป็นนักแสดง

ที่เป็นชาวต่างชาติ

ผู้รับบทนางเอก

ซึ่งทำกิจกรรมต่างๆ

ที่มีความเกี่ยวข้อง

กับวัฒนธรรมญี่ปุ่น

ในเขตพื้นที่ต่างๆ

ที่มีความสวยงาม

ของเมืองคามาคุระ

โดยมีการตัดต่อ

ภาพน่ารักๆ

คลอไปกับบทเพลง

Desert Moon

ซึ่งเป็นเพลงไพเราะ

จากเสียงร้อง

ที่มีเสน่ห์

ของ Hiroko Taniyama

ซึ่งจากการบันทึก

ภาพความสวยงาม

ของคามาคุระ

ในช่วงยุค 80

และการมีนักแสดงนำ

เป็นชาวต่างชาติ

ก็ทำให้ละครโทรทัศน์

ในแนววัยรุ่นเรื่องนี้

ถือเป็นละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่มีโอกาส

เข้ามาแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

ที่มีความน่าสนใจ

และน่าจดจำ

อีกเรื่องหนึ่ง

ในความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอก

(โดยในการบันทึก

บทความของบลอก

ในครั้งนี้นั้น

เนื่องจากภาพ

และข้อมูลต่างๆ

ค่อนข้างหายาก

ทำให้ต้องใช้ภาพ

จากการแคปรูป

ซึ่งต้องขอขอบคุณ

คุณ Dark Angel Fun

และคุณ Dorama

ซึ่งเป็นเจ้าของ

บลอกส่วนตัว

ในเวบไซต์

ของต่างประเทศ

ที่เป็นผู้แคปรูป

จากละครโทรทัศน์

ที่ผู้เขียน

ได้นำมาใช้

ประกอบการเขียน

ในการบันทึก

บทความครั้งนี้)


Eisaku Yoshida / 吉田栄作

พระเอกหนุ่มหล่อจากวงการบันเทิงยุค 90
ตั้งแต่ในช่วงยุค 70

เป็นต้นมานั้น

ละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ดูจะเป็นสื่อบันเทิง

จากต่างประเทศ

อีกรูปแบบหนึ่ง

ที่ได้รับความนิยม

จากผู้ชมชาวไทย

อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งจากความนิยม

อย่างต่อเนื่อง

ของสื่อบันเทิง

ประเภทละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ในความทรงจำ

ของผู้ชมชาวไทย

หลาย-หลายเรื่องนั้น

ก็มาจากการที่ผลงาน

ละครโทรทัศน์เหล่านั้น

มักจะมีนักแสดงนำ

ที่หน้าตาน่ารัก สดใส

และมีเนื้อเรื่อง

ที่มีความสนุกสนาน

และให้แง่คิดที่ดี

กับผู้ชมทางบ้านเสมอ

โดยจากความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอก

ขณะที่ในช่วงยุค 70

ถึงช่วงยุค 80

ที่ผ่านมานั้น

แนวทางหลัก

ของเนื้อหา

ของละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่เข้ามาแพร่ภาพ

ในประเทศไทยนั้น

มักจะเป็นเรื่องราว

ของละครโทรทัศน์

ในแนวชีวิต

ที่เน้นในด้านกีฬา

ที่มีส่วนให้เยาวชน

รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

ขณะที่ช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

ละครโทรทัศน์

จากประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งเข้ามาแพร่ภาพ

และได้รับความนิยม

ในความสนใจ

ของผู้ชมชาวไทยนั้น

ส่วนใหญ่แล้ว

มีเนื้อหา เรื่องราว

ในแบบชีวิต

รัก-โรแมนติก

ที่เน้นถึงชีวิต

ของหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่

ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย

และในชีวิตการทำงาน

ซึ่งจากรูปแบบ

ของละครโทรทัศน์

ที่เน้นถึงเรื่องราว

ของความรัก

และความสดใส

ทำให้ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

ผู้ชมชาวไทย

ได้มีโอกาส

พบกับผลงาน

ละครโทรทัศน์เรื่องต่างๆ

ของเหล่านักแสดง

หนุ่ม-สาวหน้าตาดี

ที่มาพร้อมภาพลักษณ์

ของความเป็นคนรุ่นใหม่

ที่ได้สะท้านผ่าน

ในผลงานการแสดง

ละครโทรทัศน์เรื่องต่างๆ

ของพวกเขา

ซึ่งจากความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอกแล้ว

นอกจากนักแสดง

อย่าง Hiroshi Mikami

Miho Nakayama

Yuji Oda

Momoko Kikuchi

Miki Imai

Shizuka Kudo

Anju Suzuki

และ Asako Asano

ที่เป็นที่คุ้นเคย

ของผู้ชมชาวไทย

จากการที่นักแสดง

เหล่านี้นั้น

มักจะได้รับบทบาท

ในละครโทรทัศน์

ในแนวทางเหล่านี้

ให้ได้รับชม

อยู่เสมอแล้ว

ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

วงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

ยังมี Eisaku Yoshida

นักแสดงหนุ่มหล่อ

ที่ฝากผลงาน

ในด้านการแสดง

ในบทบาท

พระเอกหนุ่มหล่อ

ในละครโทรทัศน์

แนว รัก-โรแมนติก

หลาย-หลายเรื่อง

ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมา

ซึ่งจากละครโทรทัศน์

เรื่อง Tetteiteki Ni Ai Wa

และ Kimi No Tame Ni Dekiru Koto

ซึ่งถือเป็นผลงานการแสดง

ในด้านละครโทรทัศน์ส่วนหนึ่ง

ของพระเอกหนุ่มหล่อท่านนี้

ที่มีโอกาสเข้ามาแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

และได้รับความนิยม

จากผู้ชมชาวไทย

ที่มีความชื่นชอบ

ในสื่อบันเทิง

จากต่างประเทศ

ก็ทำให้พระเอก

หนุ่มหล่อท่านนี้

ถือเป็นนักแสดง

อีกท่านหนึ่ง

ที่มีผลงานการแสดง

ในด้านละครโทรทัศน์

ฝากไว้ในความทรงจำ

ของผู้ชมชาวไทย


สำหรับประวัติส่วนตัว

ของพระเอกหนุ่มหล่อ

ที่เป็นทั้งนักแสดง

และนักร้องท่านนี้

Eisaku Yoshida / 吉田栄作

เกิดวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2512

ที่ Hadano , Kanagawa

ประเทศญี่ปุ่น

โดยจากข้อมูล

ในปี พ.ศ. 2535

เขาสูง 182 เซนติเมตร

หนัก 68 กิโลกรัม

มีกรุ๊ปเลือด a

อยู่ในราศีมังกร

โดยจากบทสัมภาษณ์

ของพระเอกท่านนี้

เขาเติบโต

ในครอบครัว

ที่มีคุณพ่อ คุณแม่

และน้องสาว 1 คน

(เป็นการบันทึก

ในด้านข้อมูล

จากบทสัมภาษณ์

ในปี พ.ศ. 2535

เพียงเท่านั้น)







สำหรับข้อมูล

และเกร็ดเล็กๆน้อยๆ

ในด้านชีวิตส่วนตัว

เกี่ยวกับพระเอก

หนุ่มหล่อท่านนี้

จากบทสัมภาษณ์

ในช่วงต้นยุค 90

Eisaku Yoshida

มีความชื่นชอบ

และมีความสามารถ

ในด้านการเล่นกีฬา

หลาย-หลายชนิด

ไม่ว่าจะเป็นบาสเกตบอล

ว่ายน้ำ สเกตบอร์ด

รวมถึงกีฬาทางน้ำต่างๆ

โดยในช่วงยามว่าง

จากการทำงาน

ในวงการบันเทิง

และการเล่นกีฬาแล้ว

พระเอกหนุ่มหล่อ

ของวงการบันเทิง

ในประเทศญี่ปุ่นท่านนี้

มักจะใช้เวลาว่าง

ในการชมภาพยนตร์

และฝึกฝนการเล่นกีตาร์

รวมถึงมีความชื่นชอบ

ในด้านการร้องเพลง

และการแต่งเพลง

(ในผลงานเพลง

และการแสดงดนตรี

ในช่วงหลัง

Eisaku Yoshida

ในฐานะนักร้อง

และนักดนตรี

มักจะมีส่วนร่วม

ในด้านการผลิต

ผลงานเพลง

ในส่วนเบื้องหลัง

ด้วยตัวเอง

และมักโชว์ฝีมือ

ในการเล่นกีตาร์

ในการแสดงคอนเสริต์

ด้วยตัวเขาเสมอ)







สำหรับข้อมูล

ในด้านชีวิตส่วนตัว

อีกด้านหนึ่ง

ของพระเอก

หนุ่มหล่อท่านนี้

จากบทสัมภาษณ์

ในช่วงปี พ.ศ. 2535

สำหรับสัตว์เลี้ยง

ที่ Eisaku Yoshida

มีความชื่นชอบ

และมีความสนใจ

คือ แมว

จากความคุ้นเคย

ในช่วงวัยเด็ก

ที่ครอบครัวของเขา

เลี้ยงแมวไว้

หลาย-หลายตัว

ตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก

ทำให้มีความคุ้นเคย

และมีความรัก

ในการเลี้ยงสัตว์

ประเภทนี้

สำหรับรสนิยม

และความสนใจ

ในด้านเสื้อผ้า

และการแต่งกาย

ในรูปแบบ

ที่เขาชอบนั้น

จากบทสัมภาษณ์

ของ Eisaku Yoshida

หนุ่มหล่อท่านนี้

มีความชื่นชอบ

ในารแต่งตัว

ในแบบเสื้อยืด

เสื้อเชิ๊ตสบายๆ

และกางเกงยีนส์

ซึ่งในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

ถือเป็นรูปแบบ

ในการแต่งกาย

ที่ถือเป็นเอกลักษณ์

ของตัวเขา

ในความทรงจำ

ของผู้ชม

ในประเทศญี่ปุ่น

ที่มีต่อตัวเขา

(ในช่วงต้นยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

Eisaku Yoshida

ได้รับรางวัล

นักแสดงชาย

ที่สวมใส่

กางเกงยีนส์

ได้ดูดีที่สุด

จากการประกาศรางวัล

ในปี พ.ศ. 2534

โดยบริษัทลีวายส์

ในประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งการให้รางวัลนี้

มีการจัดขึ้น

อย่างต่อเนื่อง

มาหลายปี

ในวงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

โดยในการประกาศ

ผลรางวัลนี้

ในปีอื่น-อื่นนั้น

มีผู้ที่ได้รับรางวัลนี้

อย่าง Takuya Kimura

จากวง Smap

Noriyuki Higashiyama

จากวง Shonentai ฯลฯ)







สำหรับเส้นทาง

ในวงการบันเทิง

ของ Eisaku Yoshida

ในฐานะนักแสดง

และนักร้องนั้น

เริ่มขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2531

จากการที่เขา

ในวัย 19 ปีนั้น

ได้เข้าร่วม

ในการประกวด

เพื่อเป็นการเฟ้นหา

นายแบบ นักแสดงหน้าใหม่

ในชื่อการประกวด

Nice Guy Contest in Japan

ประจำปี พ.ศ. 2531

ซึ่งจากผู้เข้าแข่งขัน

จำนวน 16,000 คน

หนุ่มหล่อท่านนี้

สามารถผ่านเข้ารอบ

และคว้าชัยชนะ

รับตำแหน่ง

เป็นผู้ชนะเลิศ

ในการประกวดครั้งนั้น

ได้สำเร็จ

โดยหลังจากเสร็จสิ้น

การประกวด

ชื่อของนักแสดง

และนายแบบหน้าใหม่

อย่าง Eisaku Yoshida

ก็เริ่มเป็นที่จดจำ

และเป็นที่ชื่นชอบ

ของผู้ชมสาวๆ

จากการมีผลงาน

ที่ได้รับความนิยม

ในวงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

อย่างต่อเนื่อง

ทั้งในด้านการถ่ายแบบ

โฆษณา อัลบั้มเพลง

การออกหนังสือภาพ

การแสดงภาพยนตร์

และละครโทรทัศน์

ตั้งแต่ที่เขานั้น

ได้เริ่มเปิดตัว

ในฐานะนักแสดง

ต่อสื่อมวลชน

และผู้ชมทางบ้าน

ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2531

เป็นต้นมา







สำหรับการทำงาน

ในฐานะนักแสดง

ซึ่งเป็นการทำงาน

ที่ทำให้เขานั้น

เป็นที่นิยม

ในประเทศญี่ปุ่น

จากการมีผลงาน

ในด้านการแสดง

ในบทบาท

พระเอกนำ

ในละครโทรทัศน์

และภาพยนตร์

หลาย-หลายเรื่อง

ในช่วงยุค 90

โดยในฐานะนักแสดง

Eisaku Yoshida

เริ่มต้นการทำงาน

ในด้านการแสดง

เป็นครั้งแรก

ในบทบาท

พระเอกหนุ่มหล่อ

ที่ประกบคู่

กับ Kumiko Goto

สาวน้อยน่ารัก

ที่กำลังโด่งดัง

อย่างมาก

ในวงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงเวลานั้น

โดยผลงานภาพยนตร์

แนวรัก-โรแมนติก

เรื่อง Garasu No Naka No Shojo

ที่มีเขารับบทนำนี้

มีการเปิดตัว

ต่อสื่อมวลชน

และเข้าฉาย

ในโรงภาพยนตร์

ทั่วประเทศ

ที่ประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงปี พ.ศ. 2531

ซึ่งเป็นปีแรก

ของการทำงาน

ในวงการบันเทิง

ของพระเอกท่านนี้

ซึ่งหลังจากผลงาน

ในด้านการแสดง

เป็นเรื่องแรก

ในภาพยนตร์เรื่องนี้

Eisaku Yoshida

ก็เริ่มการทำงาน

ด้านการแสดง

ในวงการโทรทัศน์

โดยประเดิมด้วยผลงาน

ละครโทรทัศน์แนววัยรุ่น

เรื่อง Kimi No Hitomi Ni Koishiteru

ที่มีการแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์

ช่อง Fuji Tv

ในช่วงปี พ.ศ. 2532

จากนั้นจึงเป็นที่รู้จัก

ของผู้ชมทางบ้าน

ในวงกว้าง

จากการมีผลงาน

ทางด้านการแสดง

ในบทบาท

พระเอกนำ

ในแบบเดี่ยว

ให้ได้ติดตามรับชม

ซึ่งจากความฮิต

ของละครโทรทัศน์

ในแบบชีวิต

เรื่อง Yuwaku

ที่มีการแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์

ช่อง TBS

ในช่วงปี พ.ศ. 2533

ซึ่งเป็นบทบาท

ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์

ผู้ชายหล่อเหลา

และมีเสน่ห์ทางเพศ

ที่มีในตัวเขา

ออกมาได้อย่างดี

ทำให้ในฐานะนักแสดง

Eisaku Yoshida

กลายเป็นที่ชื่นชอบ

ของผู้ชมทางบ้าน

และมีผลงานการแสดง

ในด้านละครโทรทัศน์

และภาพยนตร์

กับบทพระเอกนำ

ให้ได้ติดตามรับชม

ตามมาอีกมากมาย

ในวงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมา











โดยจากความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอก

ในฐานะนักแสดง

ภาพลักษณ์ส่วนตัว

และความนิยม

ของผู้ชมทางบ้าน

ที่มีต่อนักแสดง

ท่านนี้นั้น

Eisaku Yoshida

ถือเป็นพระเอก

ที่เป็นที่จดจำ

ของผู้ชมสาวๆ

จากความชื่นชอบ

และความประทับใจ

ในเสน่ห์ส่วนตัว

ในแบบผู้ชายมาดแมน

ที่มาพร้อมความเซ็กซี่

ซึ่งเป็นบุคลิกส่วนตัว

ที่มีความโดดเด่น

และดูจะแตกต่าง

จากนักแสดง

ในบทพระเอก

ท่านอื่นๆ

ในวงการบันเทิง

ของประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงยุค 90

ซึ่งจากการเป็นนักแสดง

ที่มีกลุ่มแฟนคลับ

เป็นผู้ชมสาวๆ

อย่างมากนี้เอง

ทำให้ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

นอกจากผลงาน

ทางด้านการแสดง

ในบทบาท

พระเอกนำแล้ว

Eisaku Yoshida

ยังมีผลงาน

ในด้านเสียงเพลง

ทั้งในแบบซิงเกิ้ล

และอัลบั้ม

ที่มีการผลิต

ออกมาวางจำหน่าย

สำหรับแฟนๆ

ที่มีความชื่นชอบ

ในตัวเขา

ให้ได้ติดตามรับฟัง

กันอย่างต่อเนื่อง

โดยในฐานะนักร้อง

และนักดนตรี

ผลงานเพลง

ในอัลบั้มชุดแรก

ของเขานั้น

ซึ่งใช้ชื่ออัลบั้ม

ว่า  Murphy's Laws

มีการเปิดตัว

ต่อสื่อมวลชน

และออกวางจำหน่าย

ที่ประเทศญี่ปุ่น

ในช่วงปี พ.ศ. 2533

ซึ่งจากยอดขายที่ดี

ของผลงานเพลง

ในช่วงระยะเเรก

ทำให้ในฐานะ

ของการนักร้อง

และนักดนตรี

Eisaku Yoshida

มีผลงานเพลง

ในอัลบั้มชุดอื่นๆ

ออกมาวางจำหน่าย

ตามมาอีกมากมาย

(ขอขอบคุณวีดีโอ

เพลง  Ima Wo Dakishimete

โดยคุณ Jeff Hsieh

www.youtube.com)



โดยในฐานะนักร้อง

ผลงานเพลง

ที่โด่งดังที่สุด

ในช่วงยุค 90

ของ Eisaku Yoshida

ในความทรงจำ

ของผู้ฟังทางบ้าน

หลาย-หลายท่าน

คือ Ima Wo Dakishimete

ซึ่งเป็นผลงานเพลงพิเศษ

ที่ใช้ประกอบละครโทรทัศน์

เรื่อง Tetteiteki Ni Ai Wa...

ที่มีการแพร่ภาพ

ทางสถานีโทรทัศน์

ช่อง TBS

ในช่วงปี พ.ศ. 2536

(เข้ามาแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3)

ซึ่งผลงานเพลง

ที่ได้รับความนิยม

อย่างมาก

ในเพลงนี้

นอกจากความไพเราะแล้ว

ยังเป็นที่จดจำ

จากการเป็นผลงาน

ที่มาจากการประพันธ์

และอำนวยการผลิต

โดย Yoshiki

แห่งวง X-Japan

โดย Eisaku Yoshida

ในฐานะพระเอกของเรื่อง

ได้เป็นผู้ร้องเพลงนี้

คู่กับ Atsuko Sendo

นางเอกของเรื่อง

โดยใช้ชื่อ

ในการร้องเพลง

ในฐานะวง Noa

(ก่อนหน้าละครโทรทัศน์

ที่ได้รับความนิยม

อย่างมากเรื่องนี้

Eisaku Yoshida

และ Atsuko Sendo

เคยเป็นคู่ขวัญ

ที่แฟนทางบ้าน

ให้การชื่นชอบ

จากการรับบท

เป็นคู่พระ-นาง

ในละครโทรทัศน์

เรื่อง Christmas Eve

ที่โด่งดังอย่างมาก

ในปี พ.ศ. 2533

ทำให้ผลงานเพลง

ในละครโทรทัศน์

ที่ทั้งสองนั้น

กลับมาร่วมงาน

อีกครั้งหนึ่ง

เป็นที่สนใจ

ของผู้ชมทางบ้าน

เป็นอย่างมาก)


สำหรับการทำงาน

ในวงการบันเทิง

และชีวิตส่วนตัว

ในปัจจุบัน

ในฐานะนักแสดง

 นายแบบ นักร้อง

และนักดนตรี

Eisaku Yoshida

ยังคงมีผลงาน

ในด้านการแสดง

และมีผลงานเพลง

ให้ได้ติดตามรับชม

และรับฟัง

กันอย่างต่อเนื่อง

โดยผลงานการแสดง

ในด้านละครโทรทัศน์

หลาย-หลายเรื่อง

ในช่วงยุคหลังๆ

ของพระเอก

หนุ่มหล่อท่านนี้

ที่รับบทบาท

ที่หลากหลาย

ตามวัยที่เพิ่มขึ้น

ได้มีโอกาส

เข้ามาแพร่ภาพ

ในประเทศไทย

ทาง True Vision

สำหรับผู้ชม

ในประเทศไทย

อยู่บ่อยครั้ง

โดยในฐานะนักร้อง

และนักดนตรี

Eisaku Yoshida

มีผลงานเพลง

ในอัลบั้มพิเศษ

ในชื่อ Let's Get Out

20th Anniversary Best

ออกมาวางจำหน่าย

สำหรับผุ้ฟัง

ในช่วงปี พ.ศ. 2552

โดยผลงานเพลง

ในอัลบั้มพิเศษ

ในชุดนี้นั้น

ถือเป็นอัลบั้มพิเศษ

ที่นำผลงานเพลง

ที่ได้รับความนิยม

ตลอดระยะเวลา 20 ปี

ในวงการบันเทิงของเขา

นำมารวบรวมใหม่

ใว้ในอัลบั้มชุดนี้

อีกครั้งหนึ่ง

โดยสำหรับแฟนๆ

ที่มีความสนใจ

ในผลงานเพลงชุดนี้

อัลบั้มแผ่นคู่พิเศษ

ในชุดนี้นั้น

แบ่งออกเป็นแผ่นแรก

ที่เป็นผลงานเพลง

ในแบบซีดีปกติ

ซึ่งจะเป็นการรวบรวม

ผลงานเพลงของเขา

จำนวนถึง 16 เพลง

โดยอีกแผ่นหนึ่งนั้น

จะเป็นแผ่นดีวีดี

ซึ่งจะเป็นการรวบรวม

มิวสิควีดีโอสวยๆ

ทั้ง 12 เพลง

โดยสำหรับข้อมูล

ในด้านชีวิตส่วนตัว

จากบทสัมภาษณ์

ในช่วงยุคหลัง

Eisaku Yoshida

เข้าพิธีสมรสแล้ว

กับ Hirako Risa

นางแบบสาวสวย

ของวงการแฟชั่น

ในประเทศญี่ปุ่น

โดยทั้งสองนั้น

ได้เข้าพิธีวิวาห์

และเริ่มต้น

ใช้ชีวิตครอบครัว

ตั้งแต่ในช่วงปี พ.ศ. 2540

เป็นต้นมา

(มีการบันทึก

ในด้านข้อมูล

ถึงในช่วงต้นปี

ของ พ.ศ. 2556

เพียงเท่านั้น

โดยจากข้อมูลล่าสุด

ในปี พ.ศ. 2559

ทั้งสองแยกทาง

และหย่าขาดจากกัน

ในปี พ.ศ. 2558

ที่ผ่านมานี้)

รักประกาศิต (1988)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารลลนา (1973-1995)

สโมสรผึ้งน้อย (1984)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
แหม่ม พัชริดา วัฒนา

รายการมาตามนัด (1987)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารทีวีรีวิว (1972-1992)

SAN MIGUEL BEER (1989)

SVESVESB / YASUO MIYATA (1982)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เมย์ ศศลักษณ์ พันธุ์หาญ

YUSHUN ORACION (1988)

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ
เอล (1992-1995)

SEVENTH HEAVEN (1996-2007)

เสือ 11 ตัว (2001)

เสือ 11 ตัว (2001)

พิษสวาท (1991)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เจี๊ยบ ศักราช ฤกษ์ธำรงค์

NIVEA SKIN LOTION (1988)

โฆษณาเก่าในความทรงจำ

โฆษณาเก่าในความทรงจำ
เนสกาแฟเอ็กซ์ตร้าเชค (1985)

BALENO / DAVID WU (1989)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ (1983)

สิงห์โกลด์ไลท์เบียร์ (1989)

From Me To You


การจัดทำบลอกนี้

เกิดจากความรู้สึก

ที่ผู้เขียนบลอก

อยากจะบันทึก

ความทรงจำ

ในช่วงเวลา

ของวันเก่าๆ

ผ่านเส้นทาง

จากเรื่องราว

และผลงานต่างๆ

ของเหล่าดารา

นักร้อง นักแสดง

นายแบบ นางแบบ

นักเขียน ฯลฯ

ซึ่งมีความเกี่ยวข้อง

กับศิลปะบันเทิง

ในช่วงยุคสมัย

ก่อนการมาถึง

ของอินเทอร์เน็ต

ที่แพร่หลาย

ในสังคมไทย

อย่างในทุกวันนี้

ซึ่งในการจัดทำ

ผู้เขียนบลอก

ได้รวบรวม

เรื่องราวต่างๆ

จากความทรงจำ

และค้นข้อมูล

โดยนำรูปภาพ

จากนิตยสารต่างๆ

ในช่วงเวลาอดีต

นำมารวบรวม

และเรียบเรียง

ให้เป็นภาพชัดเจน

ขึ้นมาอีกครั้ง

ด้วยสิ่งที่ตนเองนั้น

ยังคงเก็บไว้

ด้วยความมุ่งหวัง

ในการนำเสนอ

ด้วยความให้เกียรติ

ผ่านการนำเสนอ

ในด้านที่สวยงาม

ซึ่งในการจัดทำ

บทความต่างๆ

ซึ่งต้องใช้ภาพ

จากนิตยสารแฟชั่น

และนิตยสารบันเทิง

ในฉบับต่างๆ

จากช่วงยุค 70

ถึงช่วงปลายยุค 90

ซึ่งภาพทั้งหมดนั้น

ถือเป็นลิขสิทธิ์

ของนิตยสาร

และช่างภาพ

ท่านต่างๆ

ทำให้ผู้เขียนบลอก

มีความตั้งใจ

ที่จะจัดทำบลอกนี้

โดยไม่แสวงผลกำไร

และไม่เปิดรับโฆษณา

เพื่อเป็นการยุติธรรม

ต่อเจ้าของภาพ

ในนิตยสาร หนังสือ

และวีดีโอต่างๆ

ที่ผู้เขียนบลอก

นำมาเรียบเรียงไว้

ในบทความ

โดยในการจัดทำ

ผู้เขียนบลอก

อยากจะขอขอบคุณ

นิตยสารและช่างภาพ

ซึ่งเป็นเจ้าของภาพ

สำหรับภาพสวยๆ

ในทุก-ทุกรูป

และอยากจะขอ

ความกรุณา

จากผู้อ่านทุกท่าน

ที่จะนำข้อมูล

และภาพต่างๆ

ในบลอกนี้

ซึ่งผู้เขียนบลอก

ไม่ใช่เจ้าของ

ในด้านลิขสิทธิ์

นำไปเผยแพร่

ขอให้ทุกท่าน

ที่จะนำภาพไปใช้

ขอให้นำไปใช้

โดยมิใช่เพื่อการค้า

หรือนำไปรวบรวมใว้

ในเวบไซต์ เพจ

หรือบลอกต่างๆ

ที่มีการลงโฆษณา

หรือนำไปประกอบ

ในข้อความ บทความ

ที่จะเป็นการล่วงเกิน

ผู้ที่เป็นแบบ

ในภาพนั้นๆ

จากการนำไปใช้

ร่วมกับข้อความ

ที่มีข้อมูล

ในด้านลบ

หรือใช้ถ้อยคำ

ที่มีความหยาบคาย

ซึ่งจะสร้างความเสียหาย

ให้กับผู้เป็นแบบ

ซึ่งอยู่ในภาพ

ท่านนั้นๆ

SUMMER CONCERT / JIMMY LIN (1992)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารซินีแม๊ก (1994-2002)

SUCCESS / EISAKU YOSHIDA (1989)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Eisaku Yoshida

DIG MEN / TAKAHASHI BROTHERS (1989)

DAWSON'S CREEK (1998-2003)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา

ชาวเวอร์ทูชาวเวอร์ / จอนนี่ แอนโฟเน่ (1989)

กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

SHOWER TO SHOWER / DAVID X (1994)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ลางลิขิต (2001)

โฆษณาเครื่องดื่มเป็ปซี่ / พีท ทองเจือ (1992)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Movie Time Magazine (1997-2009)

EQUAL ROMANCE / COCO (1989)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
แพท พัสสน ศรินทุ

MELROSE PLACE (1992-1999)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Gift Magazine (1981-1992)
ในช่วงยุค 70-90 นั้น

สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทการ์ตูน

ที่เข้ามาแพร่หลาย

ในประเทศไทยนั้น

ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับ

ของกฎหมายลิขสิทธิ์

อย่างที่เกิดขึ้น

ในประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2535

ทำให้วงการการ์ตูน

ในประเทศไทย

ในขณะนั้น

มีการแข่งขันกัน

ระหว่างสำนักพิมพ์ต่างๆ

ในการตีพิมพ์และวางจำหน่าย

ผลงานการ์ตูนเรื่องดังๆ

จากประเทศญี่ปุ่น

จากเหตุผลในข้อนี้เอง

ทำให้เกิดนิตยสารการ์ตูน

เพื่อที่จะได้มีการแปล

และวางจำหน่าย

ให้ทันกับต้นฉบับ

ของนิตยสารการ์ตูน

ที่วางขายในประเทศญี่ปุ่น

และ กิฟท์ แม็กกาซีน

ของ ไลน์อาร์ทแพลนนิ่ง

ถือเป็นหนึ่งในนิตยสารการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ที่โด่งดังมากที่สุด

ในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมา

จากการมีการ์ตูนเรื่องดังๆ

อย่าง ไซเฟอร์ ไอบอย

เลขรักพิสดาร

อสูรน้อยกระซิบรัก

ตีพิมพ์เป็นประจำ

โดยนอกจากการ์ตูนฮิตเหล่านี้

กิฟท์ แม็กกาซีน

ยังมีลักษณะเฉพาะ

ที่มีความพิเศษ

ที่เป็นที่ชื่นชอบ

ของผู้อ่านมากมาย

จนกลายเป็นนิตยสารการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้อ่านทุก-ทุกคน

มาจนถึงในทุกวันนี้

โดยผู้อ่านบลอก

ที่สนใจและชื่นชอบ

ในนิตยสารเล่มนี้

สามารถอ่านบทความ

และชมภาพทั้งหมด

ได้ในหัวข้อ 80 thai magazine

และ 90 thai magazinr

CITY HUNTER (1987)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
มารยาริษยา (1998)

SUNTORY NCAA / KOJI KIKKAWA (1985)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ต่อ กันติ ธรรมาณิชานนท์

MR PRIVATE EYE / CITY HUNTER (1987)

คิขุอาโนเนะ / วงบอยสเก๊าท์ (1993)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ธรรม์ โทณะวณิก

THE DREW CAREY SHOW (1995-2004)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารอานนท์ (1993-1995)

SUNTORY / KAORU KOBAYASHI (1987)

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ
รักทระนง (1987)

JAL OKINAWA / TORU KAZAMA (1989)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Taishu Kase

BEVERLY HILLS 90210 (1990-2000)

คลั่ง / อนุชิต จุรีเกษ (1986)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
HELLO MAGAZINE (1985-1989)

LOVE LIGHT / YU HAYAMI (1982)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารบงกช (1981-1989)

PRIVATE LIFE / SHONENTAI (1987)

Shonentai / 少年隊

ในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมานั้น

ถือเป็นช่วงยุคเฟื่องฟู

ของเหล่านักแสดง

นักร้องวัยรุ่น

ขวัญใจวัยรุ่น

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่เริ่มเป็นที่รู้จัก

และมีชื่อเสียง

ในประเทศไทย

โดยหลังจากความสำเร็จ

ของละครโทรทัศน์

เรื่อง เคนโด้

ข้าคือลุกผู้ชาย

รวมถึงละครโทรทัศน์

แนวกีฬา

จากประเทศญี่ปุ่น

อีกหลายๆเรื่อง

ที่เข้ามาแพร่ภาพ

และได้รับความนิยม

ในประเทศไทย

ในช่วงยุค 70

ผู้ชมชาวไทย

ก็เริ่มจะเปิดรับ

ผลงานเพลง

ละครโทรทัศน์

และภาพยนตร์เรื่องต่างๆ

จากประเทศญี่ปุ่น

โดยในฐานะ

กลุ่มนักร้อง

ขวัญใจวัยรุ่น

สามนักร้องหนุ่มหล่อ

วง Shonentai

ถือเป็นกลุ่มนักร้อง

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่ได้รับความนิยม

จากสาวๆชาวไทย

มากที่สุด

ในช่วงยุค 80

ซึ่งความโด่งดัง

ของพวกเขา

ทำให้ผู้ชม

ในประเทศไทยเอง

ได้มีโอกาสต้อนรับ

และเข้าชมคอนเสริต์

ของพวกเขา

ที่มีการจัดขึ้น

ในประเทศไทย

ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่

ในยุคสมัย

ที่ยังไม่มี Internet

และสื่อบันเทิงต่างๆ

ให้ได้ติดตามรับชม

กันอย่างมากมาย

เหมือนในทุกวันนี้

โดยผู้อ่านของบลอก

ที่คิดถึงผลงาน

และเรื่องราวเก่าๆ

ในช่วงแรก

ของอาชีพนักร้อง

ของทั้งสามหนุ่มหล่อนี้

สามารถติดตามเรื่องราว

และรับชมรูปภาพ

ของพวกเขาได้

ในหัวข้อ 80 Japan Male Idol

LOTTE CRUNKY / YUKI UCHIDA (1995)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
โด่ง สิทธิพร นิยม

แกล้งโง่ / ฝันดี ฝันเด่น จรรยาธนากร (1994)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
อุแว้สวรรค์มหัศจรรย์ข้ามโลก (1997)

รักเดียวของเจนจิรา (1996)

ละครเก่าในความทรงจำ

ละครเก่าในความทรงจำ
ดั่งดวงหฤทัย (1996)

รักแท้แค่ขอบฟ้า (1997)

ขอคืน / บอยสเก๊าท์ (1993)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารด้วยรัก (1983-1985)

สาวอีสานรอรัก / สมหญิง สุขประเสริฐ (1986)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Starpics Magazine (1965)

โทรทัศน์สีมิตซูบิชิ / สาวสาวสาว (1988)

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ
บันทึกรักโพนีเทล (1985-1987)

EARLY EDITION (1996-2000)

ปราสาทมืด (1994)

นิตยสารฉบับเก่าในความทรงจำ

นิตยสารฉบับเก่าในความทรงจำ
นิตยสารแพรว (1979)

ปริศนา (1987)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Kazukiyo Nishikiori (Shonentai)

IN THE NAME OF LOVE (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ม.6/2 ห้องครูวารี (1994)

MEIJI CHOCOLAT / NAOKI HOSAKI (1993)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์

TOKI WO KAKERU SHOUJO (1983)

AGAINST ALL ODDS (1984)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Starpics Magazine (1965)

GLICO ALMOND / RYUJI HARADA (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
โจ ธเนศ ฉิมท้วม

โปลิศจับขโมย (1996)

ปุกปุย (1990)

ภาพยนตร์คุณภาพ

เรื่อง ปุกปุย

ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้ชมภาพยนตร์

หลาย-หลายท่าน

มาจนถึงในทุกวันนี้

เกิดจากแนวคิด

ในการเขียนบท

ของ คุณอุดม อุดมโรจน์

และ คุณทองขาว มะขาวป้อม

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้

มีชื่อแรกในบทร่าง

ว่า ใครใครก็ไม่รัก

ซึ่งแนวคิดของเรื่อง

ได้รับแรงบันดาลใจ

มาจาก My Life As a Dog

จากการที่คุณอุดมนั้น

ต้องการสร้างภาพยนตร์

เกี่ยวกับเด็กเด็ก

ในแนวคิดที่อยากนำเสนอ

ให้สังคมและครอบครัว

หันมาใส่ใจ

และดูแลเด็กเด็ก

ในด้านความรู้สึก

ของพวกเขามากกว่านี้

โดยรายนามของผู้สร้างสรรค์

ภาพยนตร์คุณภาพเรื่องนี้

มีดังนี้ กำกับภาพยนตร์

โดย อุดม อุดมโรจน์

อำนวยการสร้าง

โดย จรัญ/วิสูตร พูลวรลักษณ์

ถ่ายภาพ

โดย ปัญญา นิ่มเจริญพงศ์

ดนตรีประกอบ

โดย จำรัส เศวตาภรณ์

ภาพยนตร์เรื่อง ปุกปุย

เปิดตัวต่อสื่อมวลชน

และออกฉายทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2533

โดยแม้จะมาพร้อม

กับคุณภาพ

และงานการสร้าง

ที่มีความสมบูรณ์แบบ

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้

ไม่ได้ออกฉายทันที

ที่การถ่ายทำเสร็จสิ้นลง

เนื่องจากต้องรอคิว

และเวลาในการออกฉาย

ในโรงภาพยนตร์

ที่มีจังหวะเหมาะสม

ก่อนที่ภาพยนตร์เล็กๆเรื่องนี้

จะทำรายได้ในปีนั้น

ไปอย่างเหนือความคาดหมาย

และยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้ชมทุก-ทุกคน

มาจนถึงทุกในวันนี้

ภาพยนตร์เรื่อง ปุกปุย

นำแสดงโดย ด.ช. ณพัชร สุพัฒนกุล

ที่ให้การแสดงชั้นยอด

และเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง

ที่บทภาพยนตร์ต้องการ

ร่วมด้วย ด.ญ. ปรางใส ณ นคร

ด.ช. ศุภชัย ชัยวัฒนเมธิน

เกรียงไกร อุณหนันท์

ธิติมา สังขพิทักษ์

และ ญาณี จงวิสุทธิ์

สบตา / แอนเดรีย สวอเรซ (1994)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารมิถุนา (1983-1997)

KODAK VR35 (1985)

ภาพยนตร์เก่าในความทรงจำ

ภาพยนตร์เก่าในความทรงจำ
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

อยากรู้ความจริง / ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง

ครีมอาบน้ำลักส์ / อัญชลี จงคดีกิจ (1985)

รอรัก / เบิร์ดกะฮาร์ท (1991)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
โป้ง วราวุธ บูรพาชยานนท์

MISSING YOU / TOMMY PAGE (1997)

ตามรักคืนใจ (1998)

ในปี พ.ศ. 2541

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท ยูมาร์ 99 จำกัด

ได้เสนอละครโทรทัศน์

เรื่อง ตามรักคืนใจ

แพร่ภาพเป็นประจำ

ทุกวันศุกร์และเสาร์

เวลา 20:30 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

โดยละครโทรทัศน์เรื่องนี้

สร้างจากบทประพันธ์

ของ กิ่งฉัตร

ดัดแปลงเป็นบทโทรทัศน์

โดย ทุ่งดอกไม้

กำกับการแสดง

โดย วิลักษณา

นำแสดงโดย ธนากร โปษยานนท์

รับบท สีหนาท หรือ นายสิงห์

รามาวดี สิริสุขะ

รับบท หนูนา หรือ นารา

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

รับบท ราม

นาถยา แดงบุหงา รับบท รัศมี

นพชัย มัททวีวงศ์ รับบท อดิศร

ชไมพร สิทธิวรนันท์

รับบท จุฑารัตน์ หรือ จุ๊

เมธี อมรวุฒิกุล รับบท สารวัตรกช

รุ้งทอง ร่วมทอง รับบท ขนิษฐา

สมบัติ เมทะนี รับบท วรรณ

ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ศักดา

ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท แป้น

พิมพกา เสียงสมบุญ รับบท พวง

ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ รับบท เอกชาติ

วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบท เรือง

เรือนมยุรา (1997)

เธอยังคงมีฉัน / ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี (1994)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ชีวิตเพื่อฆ่าหัวใจเพื่อเธอ (1998)

SPRING TOUR '90 / SHONENTAI (1990)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เจ มณฑล จิรา

KIDS RETURN (1996)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Paul Visut Carey

NEVER SURRENDER / COREY HART (1985)

คลังบทความของบล็อก

TOKYO CINDERELLA STORY (1994)

บทความพิเศษของบลอก

บทความพิเศษของบลอก
นิตยสารวัยรุ่นทศวรรษที่ 90

TRUE / SPANDAU BALLET (1983)

MY FAVORITE ALBUM / EISAKU YOSHIDA

MOU DAREMO AISANAI (1991)

ดอกแก้วการะบุหนิง (2000)

ในปี พ.ศ. 2543

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท ฮู แอนด์ ฮู

โดย วรายุฑ มิลินทจินดา

เสนอละครโทรทัศน์

เเนว โรแมนติก-แฟนตาซี

เรื่อง ดอกแก้วการะบุหนิง

โดยเป็นการสร้าง

จากบทประพันธ์

โดย แก้วเก้า

นำมาดัดแปลง

เป็นบทโทรทัศน์

โดย วรดา

กำกับการแสดง

โดย ชูศักดิ์ สุธีรธรรม

นำแสดงโดย ธนากร โปษยานนท์

รับบท ดนย์

คัทลียา แมคอินทอช

รับบท การะบุหนิง

ฉัตรชัย เปล่งพานิช

รับบท สุหราปาตี

จินตหรา สุขพัฒน์

รับบท กิรณา

เพลงประกอบละครโทรทัศน์

เพลง เธอ

โดย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

ภาพประกอบละครโทรทัศน์

ช่วง Opening Credits

โดย อ.สุรเดช แก้วท่าไม้

ละครโทรทัศน์

เรื่อง ดอกแก้วการะบุหนิง

ออกอากาศเป็นประจำ

ทุกวันจันทร์ อังคาร

เวลา 20.25 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในปี พ.ศ. 2543

TOKI / YUTAKA OZAKI (1988)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารกระดังงา (1984-1990)

VITASOY / SIMON LO (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
สามารถ พยัคฆ์อรุณ

CALBEE POTATO CHIPS / LUI FONG (1985)

ป้ายกำกับ

JAL / KAORU KOBAYASHI (1991)

MY FAVORITE ALBUM

MY FAVORITE ALBUM
CAPRICCIO / SHONENTAI (1988)

HI-C LEMON TEA / EKIN CHENG (1987)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารเพื่อนเดินทาง (1980)

GILMORE GIRLS (2000-2007)

HOP-STEP-LOVE / JUNICHI NITTA (1982)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Shingo Kazami

JA KYOSAI / EISAKU YOSHIDA (1990)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Yuki Saito

วนิดา (1991)