ทะเลแปร (1997)

คลื่นชีวิต...ที่ต้องแปรผัน
ในปี พ.ศ. 2540

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท

นิวเบรน จำกัด

โดย ทาริกา ธิดาทิตย์

เสนอละครโทรทัศน์

แนว ชีวิต

เรื่อง ทะเลแปร

โดยเป็นการสร้าง

เป็นละครโทรทัศน์

จากบทประพันธ์

โดย ว.วินิจฉัยกุล

นำมาดัดแปลง

เป็นบทโทรทัศน์

โดย เอก ลิขิต

และกำกับการแสดง

โดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์

เพลงประกอบละครโทรทัศน์

เพลง ทะเลแปร

ประพันธ์เนื้อร้อง

โดย ชรัส เฟื่องอารมย์

และ อาทิตย์ นามบุญศรี

ประพันธ์ทำนอง

โดย อาทิตย์ นามบุญศรี

เรียบเรียงดนตรี

โดย สุรชัย บุญแต่ง

ขับร้องโดย ชรัส เฟื่องอารมย์

เพลง รักเพราะรัก

ประพันธ์เนื้อร้อง

โดย เกษสิริรักษ์ นิตยสุทธิ์

ประพันธ์ทำนอง

และเรียบเรียงดนตรี

โดย ชัชวาล ปุกหุต

ขับร้องโดย ชนัดดา พ่วงเสมา

ละครโทรทัศน์

เรื่อง ทะเลแปร

มีการแพร่ภาพ

เป็นครั้งแรก

เวลา 20.30 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในช่วงปี พ.ศ. 2540


ละครโทรทัศน์

เรื่อง ทะเลแปร

ฉบับการสร้าง

ในปี พ.ศ. 2540

นำแสดงโดย พีท ทองเจือ

รับบท จ้า / จารณ

ชายหนุ่มผู้ร่ำรวย

หล่อเหลาและมีเสน่ห์

หลังจากสำเร็จการศึกษา

มาจากประเทศอังกฤษ

เขาเข้ารับตำแหน่ง

ในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

ที่บิดาของเขานั้น

เป็นเจ้าของธุรกิจ

โดยแม้จะมีความสัมพันธ์

กับหญิงสาวสวย

หลาย-หลายคน

ในวงสังคม

แต่จารณนั้น

ก็ตัดสินใจ

ที่จะเข้าพิธีแต่งงาน

กับทัตติยา

ซึ่งเป็นหญิงสาว

ที่มารดาของเขา

เห็นว่าเรียบร้อย

และอ่อนหวาน

มีความเหมาะสม

ในการเป็นภรรยา

ของผู้เป็นบุตรชาย


พรชิตา ณ สงขลา

รับบท แท๊ต / ทัตติยา

เด็กสาวผู้เรียบร้อย

อ่อนโยน เก็บความรู้สึก

จากการเลี้ยงดู

ของนายแพทย์ทวีพงศ์

ผู้เป็นบิดาของเธอ

ที่มีความห่วงใย

ในตัวบุตรสาวคนเล็ก

เป็นอย่างมากนั้น

ก็ทำให้ทัตติยา

เติบโตขึ้นมา

โดยเป็นหญิงสาว

ที่ชีวิตถุกตีกรอบ

โดยผู้เป็นบิดาเสมอ

จากการที่ในส่วนลึก

ทัตติยาเองนั้น

ก็มีความพอใจ

ในตัวของจารณ

ที่หล่อเหลา

และสง่างาม

ก็ทำให้เธอนั้น

ได้ตัดสินใจ

ที่จะเข้าพิธีแต่งงาน

ตามความต้องการ

ของครอบครัว


ชาเลต ฮิลเดอร์บรานด์

รับบท นนท์ หรือ นนที

ชายหนุ่มมาดขรึม

ที่สุภาพ เรียบร้อย

ซึ่งมีความห่วงใย

และให้ความช่วยเหลือ

กับทัตติยา

โดยเขาตัดสินใจ

ที่จะรับเธอ

เข้าทำงาน

ในบริษัทโฆษณา

ที่เขาและเพื่อนๆ

ร่วมกันเป็นเจ้าของ

ซึ่งจากความใกล้ชิด

ของทั้งสอง

หลังจากทัตติยา

หย่าขาดจากสามี

ก็ทำให้นนทีนั้น

มีความต้องการ

ที่จะขอแต่งงาน

กับทัตติยา


สุธิตา เกตานนท์

รับบท ข้าวตู

หรือ ดิษรา

หญิงสาวสวย

ที่มีเสน่ห์ร้อนแรง

ซึ่งมีความสนทสนม

กับจารณ

ซึ่งจากนิสัย

ที่เป็นคนง่ายๆ

ไม่จู้จี้จุกจิก

มั่นใจในตัวเอง

และกล้าได้กล้าเสีย

ของเธอนี้เอง

ที่ทำให้จารณ

ซึ่งชอบความหวือหวา

และสนุกสนาน

มีความรู้สึก

ที่ผ่อนคลาย

เมื่อได้ใกล้ชิดเธอ

มากกว่าหญิงสาวคนอื่นๆ

ที่เขามีความสัมพันธ์ด้วย


โดยนอกจากนักแสดง

ในบทบาท

ดังกล่าวแล้ว

ละครโทรทัศน์

เรื่อง ทะเลแปร

ฉบับการสร้าง

ในปี พ.ศ. 2540

ยังมีนักแสดงชั้นนำ

อีกมากมาย

ที่มาร่วมสร้างสีสัน

และความสนุกสนาน

ให้กับละครโทรทัศน์

ในเรื่องนี้

เช่น ชลิต เฟื่องอารมย์

รับบท นายแพทย์ทวีพงศ์

รสริน จันทรา

รับบท กัลยา

รัชนี ศิระเลิศ

รับบท รำแพน

ดุสิตา อนุชิตชาญชัย

รับบท นก

อนิรุทธิ์ เถรว่อง

รับบท ปุ๊ป

เสาวลักษณ์ ศรีอรัญ

รับบท อุ๋ม

สมควร กระจ่างศาสตร์

รับบท กิมพ้ง

นีรนุช ปัทมสูตร

รับบท จุรีพร

วสันต์ ฉัตรรังสิกุล

รับบท ประพจน์

เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์

รับบท แม่ของนนที

อำภา ภุษิต

รับบท แม่ของนก

อรสา พรหมประทาน

รับบท นภาโพยม

รัตนาวดี พัฒโนดม

รับบท นุ้ย


ละครโทรทัศน์

เรื่อง ทะเลแปร

จากบทประพันธ์

โดย ว.วินิจฉัยกุล

เป็นเรื่องราวชีวิต

ของ แท๊ต

หรือ ทัตติยา

เด็กสาวผู้อ่อนหวาน

อ่อนโยน เรียบร้อย

และเก็บความรู้สึก

ที่เติบโตขึ้นมา

ภายใต้การเลี้ยงดู

ของบิดา มารดา

ที่มีความห่วงใย

จนกลายเป็นความเคร่งครัด

และมักจะตีกรอบ

เส้นทางชีวิต

ให้กับผู้เป็นบุตรสาว

ซึ่งจากความต้องการ

ของทางครอบครัว

ที่ต้องการให้เธอนั้น

เข้าพิธีแต่งงาน

กับจารณ

ชายหนุ่มผู้หล่อเหลา

และเจ้าเสน่ห์

เหมือนกับชายในฝัน

ก็ทำให้ทัตติยา

ได้ตัดสินใจ

ที่จะเข้าพิธีแต่งงาน

โดยที่ลึก-ลึกแล้วนั้น

เธอเองก็ยังไม่มั่นใจ

ในตัวตนที่แท้จริง

ของจารณ

ผู้เป็นเจ้าบ่าว

และเส้นทางชีวิต

ที่มีในวันข้างหน้า

หลังจากผ่านพ้น

พิธีแต่งงาน

ที่หรูหรา ยิ่งใหญ่

ซึ่งเธอพบว่าจารณ

ผู้เป็นเจ้าบ่าว

ของเธอนั้น

ต้องการจะไปฟังเพลง

เต้นรำสนุกสนาน

ร่วมกับเพื่อนๆของเขา

มากกว่าที่จะเริ่มต้น

ชีวิตครอบครัว

กับเธอในวันแรกนี้

(ขอขอบคุณวิดีโอ

ช่วง Opening Credits

โดยคุณ Naan Ping

www.youtube.com)



ในฐานะภรรยา

ทัตติยาเริ่มค้นพบ

ความเป็นตัวตน

ของจารณ

ผู้เป็นสามี

ที่ยึดถือแต่ตนเอง

ชอบความสนุกสนาน

และความหวือหวา

จากความสัมพันธ์

ที่จารณนั้น

มีกับหญิงสาวสวย

หลาย-หลายคน

โดยไม่เคยสนใจ

ความรู้สึก

ของทัตติยา

ซึ่งเป็นภรรยา

ที่ถูกต้อง

ตามกฎหมาย

ก็ทำให้เธอนั้น

เจ็บปวดและทนทุกข์

อยู่ภายในใจ

เพียงลำพัง

หลังจากพยายาม

ที่จะรื้อฟื้อ

ความสัมพันธ์

กับจารณ

ซึ่งไม่เป็นผล

ก็ทำให้ทัตติยานั้น

เริ่มที่จะไขว่คว้า

หาอนาคต

ที่เป็นของเธอ

แต่เพียงผู้เดียว

จากความรู้สึก

ที่มีคุณค่ามากขึ้น

จากการหย่าร้าง

โดยไม่ต้องการเงินทอง

ของครอบครัวจารณ

และเริ่มออกไปทำงาน

ในบริษัทโฆษณา

ทำให้ได้พบปะ

กับผุ้คนใหม่ๆ

ก็ทำให้ทัตติยานั้น

กลายเป็นคนใหม่

ซึ่งสามารถ

สร้างความมั่นใจ

และความนับถือตัวเอง

ให้กับตนเอง

ได้อีกครั้งหนึ่ง

ผิดกับจารณ

ที่ความสัมพันธ์

กับหญิงสาวสวย

หลาย-คน

ที่ผ่านมา

ของเขานั้น

กำลังย้อนคืน

กลับมาทำร้าย

ทำลายชีวิต

การทำงาน

และภาพลักษณ์

ในวงสังคมของเขา

จากข่าวฉาว

เกี่ยวกับตัวเขา

กับชู้รัก

ของหญิงสาว

ที่เขาคบหาด้วย

โดยเมื่อจารณ

ได้กลับมาพบ

กับทัตติยา

เขากลับพบว่าเธอนั้น

ไม่ใช่เด็กสาวซื่อๆ

ที่ดูอ่อนต่อโลก

ซึ่งเคยเป็นภรรยา

ผู้เก็บความรู้สึก

ของเขาที่ผ่านมา

เหมือนเช่นเดิม

อีกต่อไปแล้ว






อาเธอร์ ปัญญะโชติ

นักร้องหนุ่มหล่อจากวงการบันเทิงยุค 80
ในช่วงยุค 70

ถึงช่วงต้นยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

การจัดการประกวด

ในด้านการร้องเพลง

ซึ่งมีการจัดการประกวด

และมีการออกอากาศ

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

อย่างสม่ำเสมอนั้น

ถือเป็นเวที

การจัดการประกวด

ในด้านการร้องเพลง

ที่ได้รับการยอมรับ

จากผู้ชมทางบ้าน

ในแง่ของคุณภาพ

ของนักร้องทุกท่าน

ผู้เข้าร่วมการประกวด

ซึ่งในช่วงระยะเวลา

ที่มีการจัดงาน

ในช่วงยุค 70

ถึงช่วงต้นยุค 90 นี้เอง

ที่วงการบันเทิง

ในประเทศไทย

ได้มีโอกาสต้อนรับ

นักร้องคุณภาพ

หลายๆท่าน

ที่เป็นที่รู้จัก

ในวงกว้าง

จากการเข้าร่วม

ในการประกวด

ในเวทีคุณภาพแห่งนี้

โดยจากความทรงจำ

ในช่วงยุค 80

ของผู้เขียนบลอก

คุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

นักร้อง นักแสดง

นายแบบหนุ่มหล่อ

ที่เป็นที่รู้จัก

ในวงการบันเทิง

ตั้งแต่ในช่วงปลายยุค 80

ถึงช่วงกลางยุค 90 ท่านนี้

ถือเป็นนักร้อง

ที่เป็นผู้ชนะเลิศ

จากเวทีแห่งนี้

อีกท่านหนึ่ง

ที่เป็นที่ยอมรับ

ในด้านความสามารถ

ในการร้องเพลง

จากการมีเสียงร้อง

ที่มีเอกลักษณ์

นอกจากนี้

ในช่วงปลายยุค 80

ที่ผ่านมา

หนุ่มหล่อท่านนี้

ยังเป็นที่จดจำ

จากการฝากผลงาน

ที่มีความหลากหลาย

ทั้งในด้านของงานเพลง

งานการแสดง

ในด้านของละครโทรทัศน์

มิวสิควีดีโอ งานโฆษณา

รวมถึงมีผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในนิตยสารแฟชั่นต่างๆ

ฝากไว้ในวงการบันเทิง

ในความทรงจำ

ของผู้ชมทางบ้าน

ที่ได้ผ่านพ้น

ช่วงปลายยุค 80

ร่วมกันมา


สำหรับข้อมูล

ประวัติส่วนตัว

ของนักร้อง นักแสดง

นายแบบหนุ่มหล่อ

ของวงการบันเทิง

ในช่วงปลายยุค 80 ท่านนี้

คุณภู่ อาเธอร์ ปัญญะโชติ

เกิดวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2504

เขาเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน

โดยจากบทสัมภาษณ์

ในช่วงปี พ.ศ. 2533

คุณภู่เป็นลูกชายคนเดียว

ของคุณพ่อชาวอเมริกัน

ที่ทำงานด้านการโรงแรม

โดยคุณแม่ของเขา

คือ คุณเยาวนารถ ปัญญะโชติ

นางเอกภาพยนตร์ชื่อดัง

ของวงการบันเทิง

ในประเทศไทยในอดีต

(ท่านเป็นที่จดจำ

ในระดับนานาชาติ

จากการเป็นนักแสดงไทย

ที่เป็นผู้ร่วมแสดง

ในภาพยนตร์อมตะ

The Bridge on the River Kwai

ที่ออกฉายทั่วโลก

ในช่วงปี พ.ศ. 2500)

โดยจากบทสัมภาษณ์

ในช่วงปี พ.ศ. 2532

ชื่อ อาเธอร์ ปัญญะโชติ

ของคุณภู่นั้น

เป็นชื่อ-นามสกุล

ที่ใช้ในวงการบันเทิง

โดยจากบทสัมภาษณ์

ในช่วงปลายยุค 80

นักร้องหนุ่มหล่อท่านนี้

มีชื่อ-นามสกุลจริง

ว่า อธิคม กัลโลเวย์




สำหรับข้อมูล

ประวัติส่วนตัว

ในด้านการศึกษา

และการทำงาน

คุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

สำเร็จการศึกษา

ในระดับชั้นประถม

จนถึงชั้นมัธยมปีที่ 2

จากโรงเรียนลาซาล

โดยเขามาศึกษาต่อ

และสำเร็จการศึกษา

ในระดับชั้นมัธยมต้น

จากโรงเรียนศรีวิกรม์

โดยเขาไปศึกษาต่อ

ในระดับไฮสคูล

และมหาวิทยาลัย

จนสำเร็จการศึกษา

ในด้าน Graphic Arts

จาก San Diego State University

ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยก่อนจะเข้าสู่วงการบันเทิง

ในฐานะนักร้อง นักแสดง

ในช่วงปี พ.ศ. 2532 นั้น

คุณภู่เป็นที่จดจำ

จากการทำงาน

เป็นพนักงานต้อนรับ

บนเครื่องบิน

ของบริษัทการบินไทย

ในช่วงปลายยุค 80

(เป็นการบันทึก

ในด้านข้อมูล

ในปี พ.ศ. 2533

เพียงเท่านั้น)




สำหรับเส้นทาง

การทำงาน

ในวงการบันเทิง

ของคุณภู่

อาเธอร์ ปัญญะโชติ

จากบทสัมภาษณ์

ในช่วงยุค 80

หนุ่มหล่อท่านนี้

เริ่มต้นการทำงาน

ในวงการบันเทิง

ในช่วงแรกๆ

จากการทำงาน

ในการเป็นนายแบบ

ในช่วงปี พ.ศ. 2530

โดยเขาเริ่มงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

เป็นครั้งแรก

ให้กับทางนิตยสาร

ประเภทแฟชั่น

ที่ชื่อ Looks

จากการชักชวน

ของคุณแต๋ม

อิสรีย์ พินิจภูวดล

เพื่อนสนิทของคุณภู่

ที่ในช่วงยุค 80

เธอเป็นที่จดจำ

จากการเป็นนางแบบ

ที่ได้รับความนิยม

ในวงการแฟชั่น

โดยหลังจากผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในครั้งแรกนี้

คุณภู่ก็มีผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในนิตยสารแฟชั่น

งานด้านการแสดง

ในมิวสิควีดีโอ

รวมถึงมีผลงาน

ในด้านโฆษณา

ให้ได้ติดตามรับชม

ในระยะเวลาต่อมา

(โดยในฐานะ

ของนายแบบ

ในช่วงยุค 80

คุณภู่เป็นที่จดจำ

จากการรับบทนำ

ร่วมกับคุณแอนนา

นาตาชา เปลี่ยนวิถี

ในโฆษณาสุดฮิต

ของเครื่องดื่ม Spy

ที่มีการออกอากาศ

ทางโทรทัศน์

ในช่วงปี พ.ศ. 2531

ถึงปี พ.ศ. 2532

ซึ่งจากความนิยม

ในโฆษณาชุดนี้

ทำให้ในช่วงปี พ.ศ. 2531

เขาเริ่มเป็นที่รู้จัก

ของผู้ชมทางบ้าน

จากการมีบทสัมภาษณ์

ในนิตยสารฉบับต่างๆ

ที่ติดต่อขอสัมภาษณ์

จากกระแสความนิยม

ของโฆษณาฮิตชุดนี้)



โดยในฐานะ

ของนักร้อง

ที่ถือเป็นภาพจดจำ

ที่ผู้ชมทางบ้าน

มีต่อหนุ่มหล่อท่านนี้

มาตั้งแต่ปลายยุค 80

จนถึงในปัจจุบันนี้

คุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

ในฐานะนักร้อง

เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

จากการเป็นผู้ชนะเลิศ

ในการประกวดร้องเพลง

Music Contest ประจำปี 1989

ที่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

เป็นผู้จัดงานนี้ขึ้น

ในช่วงปี พ.ศ. 2532

โดยหลังจากผ่านพ้น

การประกวดครั้งนี้

ในฐานะนักร้อง

ผู้ได้รับตำแหน่ง

เป็นผู้ชนะเลิศ

คุณภู่ได้รับคัดเลือก

ให้เป็นตัวแทนนักร้อง

จากประเทศไทย

ไปร่วมงานแสดง

Asian Pacific Singing Contest

ที่จัดขึ้นที่เกาะฮ่องกง

โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง ATV

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2532

(โดยก่อนจะเป็นผู้ชนะเลิศ

ในปี พ.ศ. 2532

คุณพู่เคยเข้าร่วมประกวด

และเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย

ในการประกวดร้องเพลง

ของทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ที่มีการจัดงานการประกวด

ในช่วงปี พ.ศ. 2522

ซึ่งเป็นปีที่คุณต้น

สุชาติ ชวางกูร

เป็นผู้ชนะเลิศ

โดยเขาตัดสินใจ

ที่จะสละสิทธิ์

จากการที่ขณะนั้น

คุณภู่กำลังศึกษา

อยู่ที่ต่างประเทศ

และใช้เวลาปิดเทอม

ในช่วงที่กลับมาเมืองไทย

เข้าร่วมการประกวด)



โดยหลังจากเป็นผู้ชนะเลิศ

จากการประกวดร้องเพลง

ของทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในช่วงปี พ.ศ. 2532

คุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

ได้ตัดสินใจ

ที่จะเซ็นสัญญา

เพื่อทำงานเพลง

เป็นนักร้อง

ในสังกัดบริษัท SP

ซึ่งในช่วงปลายยุค 80

ที่ผ่านมานั้น

เป็นที่จดจำ

ในฐานะค่ายเพลง

ที่อยู่ในเครือ

ของทางช่อง 3

โดยในฐานะนักร้อง

คุณภู่มีผลงานเพลง

ในอัลบั้มชุดแรก

ที่มีชื่ออัลบั้ม

ว่า อาเธอร์ 1990

โดยผลงานเพลง

ในแนว pop

ที่เน้นในเสียงร้อง

ที่มีความไพเราะ

ที่เป็นเอกลักษณ์

ของคุณภู่ชุดนี้

มีการเปิดตัว

ต่อสื่อมวลชน

และวางจำหน่าย

ทั่วประเทศ

ในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2533

โดยในฐานะนักร้อง

ที่อยู่ในสังกัด SP

ที่เป็นค่ายเพลง

ของทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในช่วงปลายยุค 80

ถึงช่วงต้นยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

นอกจากผลงาน

ในด้านอัลบั้มเพลง

ของตัวเขาเองแล้ว

คุณภู่ยังมีผลงาน

ในการฝากเสียงร้อง

ไว้ในบทเพลง

ที่ใช้ประกอบละครโทรทัศน์

รวมถึงมีผลงาน

ในด้านการแสดง

ฝากไว้ในละครโทรทัศน์

แนววัยรุ่น

หลาย-หลายเรื่อง

ของทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในความทรงจำ

ของผู้ชมทางบ้าน

อีกด้านหนึ่งด้วย


โดยนอกจากผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

โฆษณา มิวสิควีดีโอ

งานร้องเพลงประจำ

ที่โรงแรมมณเฑียร

และมีผลงาน

ในอัลบั้มเพลง

ชุด อาเธอร์ 1990

และ หลอมฝันวันวาน

Special Sentimental

รวมถึงมีผลงานเพลง

ที่ใช้ประกอบละครโทรทัศน์

ฝากไว้ในวงการบันเทิง

ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

จากบทสัมภาษณ์

ของคุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

นักร้อง นักแสดง

นายแบบหนุ่มหล่อท่านนี้

ยังมีธุรกิจส่วนตัว

ในอีกหลายๆด้าน

นอกเหนือจากการทำงาน

ในวงการบันเทิง

ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ

ในการเปิดร้านอาหาร

ในชื่อ ข้าวไทย

งานออกแบบ

เสื้อผ้า ชุดสูท

เฟอร์นิเจอร์ผ้า

เหล็กดัด

สำหรับตกแต่ง

บ้านและทาวเฮาวส์

(ข้อมูลในบทความ

มีการบันทึก

ถึงในช่วงปี พ.ศ. 2535

ถึงประมาณปี พ.ศ. 2539

เพียงเท่านั้น)


ในฐานะนักร้อง

นักแสดง นายแบบ

ที่เป็นที่รู้จัก

ในช่วงปลายยุค 80

ถึงช่วงยุค 90

คุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

ได้ให้เกียรติ

เป็นแขกรับเชิญ

เพื่อให้สัมภาษณ์

รวมถึงได้แนะนำ

ร้านอาหารของเขา

ในการบันทึกเทป

รายการ The Variety Show

ที่มีการออกอากาศ

ทางช่อง TNN2

ในช่วงปี พ.ศ. 2554

โดยในฐานะนักร้อง

คุณอาเธอร์ ปัญญะโชติ

ในปัจจุบันนี้

เขาเป็นที่รู้จัก

ในฐานะนักร้อง

กิตติมศักดิ์

ที่ได้มีส่วนร่วม

ในกิจกรรมการจัดงาน

เพื่อสาธารณประโยชน์

ในการจัดงาน

ในหลาย-หลายครั้ง

โดยขณะที่บันทึก

บทความของบลอก

ในการจัดทำครั้งนี้

(ปี พ.ศ. 2556)

ในฐานะนักร้องรับเชิญ

นักร้องหนุ่มหล่อ

มากความสามารถท่านนี้

ได้รับเกียรติ

เป็นหนึ่งในผู้แสดง

ในงานกาลาดินเนอร์

ราตรีสายธารแห่งศรัทธา

ซึ่งเป็นการจัดงาน

เพื่อหารายได้

ให้กับโครงการ

พัฒนาอาคาร

และจัดซื้อ

เครื่องมือแพทย์

เพื่อช่วยเหลือ

ผู้ป่วยยากไร้

ให้กับคณะแพทย์ศาสตร์

โรงพยาบาลรามาธิบดี

ที่มีการจัดงานนี้ขึ้น

ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556

(ข้อมูลในบทความนี้

มีการบันทึกไว้

ถึงปี พ.ศ. 2556

เพียงเท่านั้น

และเนื่องจากบทความ

เป็นการบันทึกขึ้น

ในช่วงแรกๆ

ของการจัดทำบลอก

ทำให้หากมีภาพ

และข้อมูลต่างๆ

ที่ไม่ครบถ้วน

ผู้เขียนบลอก

ต้องขออภัย

ไว้ ณ ที่นี้)

กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

ขอให้พรุ่งนี้...เป็นวันของเรา
ในปี พ.ศ. 2534

บริษัทผลิตภาพยนตร์

ไท เอนเตอร์เทนเมนท์

โดย จรัล พูลวรลักษณ์

และ วิสูตร พูลวรลักษณ์

เสนอผลงานภาพยนตร์

แนว ชีวิต-วัยรุ่น

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ซึ่งเป็นผลงานการกำกับ

โดย สมจริง ศรีสุภาพ

ซึ่งเป็นการสร้าง

จากบทภาพยนตร์

โดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลงานภาพยนตร์

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ถ่ายภาพโดย อานุภาพ บัวจันทร์

ลำดับภาพโดย สุนิตย์ อัศวินิกุล

กำกับศิลป์โดย รัชต พันธุ์พยัฆค์

ดนตรีประกอบโดย จิงเกอเบลล์

ช่วยกำกับภาพยนตร์

โดย ปิติ จตุรภัทร

ตั้งชื่อภาพยนตร์

โดย สุชาติ วุฒิชัย

เพลงประกอบภาพยนตร์

เพลง หนาวดึ๋ง

แต่งเนื้อร้อง

โดย ไทละเมอ

แต่งทำนอง

โดย จิงเกอเบลล์

ขับร้องโดย ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

เพลง พรุ่งนี้เป็นวันของเรา

แต่งเนื้อร้องและทำนอง

โดย จิงเกอเบลล์

ขับร้องโดย ปฎิภาณ ปฐวีกานต์

และ ณัฐสิมา คุปตะวาทิน

ผลงานภาพยนตร์

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

มีการเปิดตัวต่อสื่อมวลชน

และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2534

โดยในฐานะภาพยนตร์

ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

ของวงการบันเทิง

ในช่วงต้นยุค 90

ผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้

สามารถทำรายได้

ไปถึง 25 ล้านบาท

และได้รับการบันทึก

ในปี พ.ศ. 2534

ว่าเป็นผลงาน

ภาพยนตร์ไทย

ที่มีรายได้สูงสุด

ของประเทศไทย

ในขณะนั้น

(โดยมีภาพยนตร์

โลกทั้งใบให้นายคนเดียว

ในปี พ.ศ. 2535

2499 อันธพาลครองเมือง

ในปี พ.ศ. 2540

และ นางนาก

ในปี พ.ศ. 2542

ได้รับการบันทึก

ในสถิตินี้แทนที่

ในระยะเวลาต่อมา)


ภาพยนตร์แนวชีวิต-วัยรุ่น

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

นำแสดงโดย ปฎิภาณ ปฐวีกานต์

รับบท ก้าน

ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง

รับบท หมี

ศักดิ์ศิลป์ สุวรรณเกตุ

รับบท กร๋อย

ปราโมทย์ แสงศร

รับบท แฉก

วิทิต แลต

รับบท กรด

ธีรวัฒน์ อรัญญานาค

รับบท ปิ๊ก

ณัฐสิมา คุปตะวาทิน

รับบท นิ่ม

สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ

รับบท หญิงแอ๋ว

ร่วมด้วย ณพัชร สุพัฒนกุล

สายธาร นิยมการณ์

ผอูน จันทรศิริ

สุประวัติ ปัทมสูต

ศิรินุช เพชรอุไร

และนักแสดง

รับเชิญพิเศษ

จันทร์จิรา จูแจ้ง

และ สหัสชัย ชุมรุม

ให้เกียรติร่วมแสดง







สำหรับเนื้อหา

และเรื่องราว

ของภาพยนตร์

แนววัยรุ่น

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อน

พ่อสอนไว้

เป็นเรื่องราวชีวิต

ในช่วงวัยรุ่น

ของ ก้าน หมี

ปิ๊ก กร๋อย

กลุ่มเพื่อนซี้ย่ำปึ้ก

แห่งห้อง ม.6/8

โรงเรียนดำรงวิทยา

ทั้งหมดเรียกตัวเอง

ว่าเป็นสมาชิก

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ที่ขึ้นชื่อเสียง (เสีย)

ในด้านความแสบ

ประจำโรงเรียน

โดยสมาชิกสุดซ่าส์

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ได้สร้างความเอือมระอา

ให้กับทุกๆคน

ในโรงเรียน

ไม่ว่าจะเป็นคุณครู

อย่างครูสุรวุฒิ

อาจารย์ฝ่ายปกครอง

รวมถึงเพื่อนๆนักเรียน

โดยเฉพาะกับหญิงแอ๋ว

เพื่อนนักเรียนหญิง

เด็กเรียนประจำห้อง

ที่สุดเคร่งและปากร้าย

เป็นไม้เบื่อไม้เมา

กับกลุ่มหินกลิ้ง

มาโดยตลอด

แต่แม้ว่าพวกเขา

จะทั้งซนและแสบ

แต่กลุ่มหินกลิ้ง

ก็พอมีดีอยู่บ้าง

จากการที่ในยามว่าง

ก้านจะช่วยปาป๊า

ทำงานที่บ้าน

ส่วนปิ๊กนั้นมีฝีมือ

ในด้านการเล่นบาส

กร๋อยมีความเก่งกาจ

ในด้านการเรียน

แม้ว่าจะขี้อาย

ส่วนหมีจอมเจ้าชู้

ก็เล่นดนตรีเก่ง

และเป็นคนร่าเริง

โดยในกลุ่มหินกลิ้งนี้

มีการต้อนรับ

สมาชิกน้องใหม่

คือ แฉก

รุ่นน้องชั้น ม.5

ที่ชื่นชอบและศรัทธา

ในกลุ่ม หินกลิ้ง

เขามีความตั้งใจ

จะรวมกลุ่มเพื่อนๆ

เพื่อสานต่อความเจ๋ง

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ในโรงเรียนต่อไป


โดยในช่วงเวลา

ใกล้ปิดเทอม

ทางโรงเรียน

ได้มีการจัดงาน

ฉลองครบรอบ 25 ปี

ของโรงเรียนดำรงวิทยา

ครูเกื้อได้มีความคิด

ที่จะดึงเอากรด

นักบาสฝีมือเยี่ยม

มาร่วมทีมบาส

โดยไม่ฟังคำทัดทาน

ของครูสุรวุฒิ

ครูฝ่ายปกครอง

ที่คิดว่ากรดนั้น

ก็เป็นพวกตัวแสบ

ไม่แพ้กลุ่มหินกลิ้ง

ขณะเดียวกัน

กลุ่มหินกลิ้งเอง

ตกอยู่ในภาวะล่อแหลม

เมื่อเกิดเรื่องตะลุมบอน

ขณะที่แอบไปเล่นสนุ๊ก

และถูกพวกนักข่าว

จับภาพไว้ได้

สมาชิกทุกคน

ของกลุ่มหินกลิ้ง

ถุกคาดโทษ

จากทางโรงเรียน

จากการที่ทำให้โรงเรียน

ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง

อีกทั้งยังถุกจับได้

ว่าลอกข้อสอบ

ทำให้เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ

มองกลุ่มหินกลิ้งในแง่ลบ

จนทำให้ทุกคนรู้สึกแย่

กับเหตุการณ์นี้


ก้านที่เป็นผู้นำ

ของกลุ่มหินกลิ้ง

เรื่มที่จะคิดได้

จากคำตักเตือน

ของปาป๊าและมาม๊า

รวมถึงการเห็นเพื่อนๆ

นักเรียนคนอื่นๆ

ต่างเอาจริงเอาจัง

ในการเตรียมตัว

ที่จะจัดงานฉลอง

ครบรอบ 25 ปี

ของทางโรงเรียน

ทุกคนดูสนุกสนาน

และมีความตั้งใจ

ที่จะแสดงผลงาน

รวมถึงเตรียมการ

ในด้านการแสดงต่างๆ

ก้านเริ่มรู้สึกตัวเอง

ว่าทำตัวว่างเปล่า

เป็นคนไม่มีอนาคต

และเมื่อได้พบกับนิ่ม

สาวน้อยน่ารัก

นางเอกละครเวที

เรื่อง มัทธนะพาธา

ก้านจึงเกิดความคิด

ที่จะเข้าร่วมกิจกรรม

และพยายามสนับสนุน

ให้กลุ่มหินกลิ้งทุกคน

ใช้ความสามารถ

ที่ตนเองมีนั้น

มาใช้ในการสร้างสรรค์

เพื่อส่วนรวมดูบ้าง

ซึ่งจากการเข้าร่วม

ในทีมทีมบาส

ของปิ้ก

ทำให้กลุ่มหินกลิ้ง

ได้สมาชิกคนใหม่

คือ กรด

ซึ่งเป็นเพื่อนนักกีฬา

จากทีมบาส

โดยกรดเองนั้น

ก็มีปัญหาการเงิน

ของทางครอบครัว

ทำให้ตัดสินใจ

ที่จะลาออก

จากโรงเรียนไป

นอกจากนี้

ทั้งยังมีเรื่องร้าย

เกิดขึ้นกับแฉก

ทำให้กลุ่มหินกลิ้ง

ได้ตัดสินใจ

อย่างจริงจัง

ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ก่อนที่พวกเขานั้น

จะจบการศึกษา

ออกไป

แต่แม้จะยังไม่รู้

ว่าอนาคตข้างหน้า

จะมีอะไร

ที่รอพวกเขาอยู่

แต่ทุกๆคน

ก็ให้คำสัญญา

ว่าจะมุ่งไป

ในสิ่งที่ดี

และให้สัญญา

ว่าจะเป็นเพื่อนกัน

และคอยเป็นกำลังใจ

ให้กันและกันเสมอ


สำหรับเกร็ดเล็กๆน้อยๆ

เกี่ยวกับงานสร้าง

ผลงานภาพยนตร์

เรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ฉบับปี พ.ศ. 2534

ที่ผู้เขียนบลอก

อยากจะถือโอกาส

นำมาบันทึกไว้

ในบทความครั้งนี้

โดยในส่วนของขั้นตอน

การคัดเลือก

ตัวนักแสดงนำ

ในบทบาทต่างๆนั้น

ก่อนการถ่ายทำ

จะเริ่มมีการเริ่มต้นขึ้น

บริษัทภาพยนตร์

ไท เอนเตอร์เทนเมนท์

ได้มีการประกาศ

เพื่อเป็นการรับสมัคร

เหล่านักแสดงหน้าใหม่

ที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

ในภาพยนตร์วัยรุ่นเรื่องนี้

โดยในส่วนของนักแสดงนำ

ทางทีมงานและผู้กำกับ

ก็ได้มีการวางตัว

ไว้บ้างแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นคุณมอส

ปฏิภาณ ปฐวีกานต์

รวมถึงคุณแท่ง

ศักสิทธิ์ แท่งทอง

ที่ได้รับการวางตัว

เป็นนักแสดงหลัก

นอกจากนี้

ยังมีการเสาะหา

นักแสดงนำ

ในบทบาทอื่นๆ

โดยคุณคิง

สมจริง ศรีสุภาพ

ผู้กำกับภาพยนตร์

ก็ได้มาพิจารณา

และคัดเลือก

ตัวนักแสดง

ในหลายๆท่าน

ด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็น คุณโป๋

ธีรวัฒน์ อรัญญานาค

นายแบบหนุ่มหล่อ

เจ้าของตำแหน่ง

รองอันดับหนึ่ง

ในการประกวด

โดมอนแมน

ซึ่งคุณคิงได้ไปพบเขา

ที่ห้างมาบุญครอง

รวมถึงคุณโมทย์

ปราโมทย์ แสงศร

ที่มาจากการแนะนำ

ของคุณพจน์ อานนท์

บรรณาธิการ

นิตยสารเธอกับฉัน

ในขณะนั้น

โดยสำหรับบท

ของคุณเอ

วิฑิต แลดนั้น

เขาถือเป็นนายแบบ

ที่เคยร่วมงานกัน

กับคุณคิง

จากการมีผลงาน

ในด้านโฆษณา

จากการผลิต

ของบริษัทโฆษณา

สยามสตูดิโอ

มาก่อนหน้านี้แล้ว

ซึ่งจากการได้พบกัน

กับคุณคิงและทีมงาน

คุณเอจึงได้รับการชักชวน

ให้มาร่วมแสดงนำ

ในภาพยนตร์เรื่องนี้

โดยสำหรับคุณอาร์ต

ศักดิ์ศิลป์  สุวรรณเกตุ

ซึ่งถือเป็นนักแสดงหน้าใหม่

ที่มีการเปิดตัวครั้งแรก

ในภาพยนตร์เรื่องนี้

จากบทสัมภาษณ์

ในช่วงต้นยุค 90

ของคุณอาร์ต

เขาถือเป็นนักแสดงนำ

ที่มาจากการสมัคร

ผ่านทางจดหมาย

โดยแม้จะเคยผ่านงาน

ในด้านโฆษณา

มาก่อนหน้านี้

พอสมควรก็ตาม

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้

ก็ถือเป็นผลงาน

การแสดงชิ้นแรก

ในฐานะนัแสดง

อย่างเต็มตัว

ของคุณอาร์ต

ซึ่งจากจำนวน

ผู้สมัครทางบ้าน

กว่า 8000 คนนั้น

มีนักแสดงสมทบ

ที่ได้รับคัดเลือก

ให้มาร่วมแสดง

เป็นจำนวน 80 คน

โดยนักแสดงเหล่านี้

ได้มีโอกาส

ในการร่วมแสดง

เป็นเหล่านักเรียน

ในห้องเรียนหลัก

ของกลุ่มหินกลิ้ง

จำนวน 50 คน

และรับบทตัวแทน

ของนักแสดงเหล่านี้

สำหรับการลาหรือพัก

อีกจำนวน 30 คน

นอกจากนี้

ทางทีมงาน

ยังได้คัดเลือก

ไว้อีก 400 คน

เพื่อรับบทบาท

เป็นกลุ่มนักเรียน

ในฉากใหญ่ๆ

ของการถ่ายทำ

ในหลายๆฉาก

ของภาพยนตร์

ที่ต้องมีนักเรียนมากมาย

เข้ามาแสดงในฉาก

(โดยเกร็ดเล็กๆน้อยๆ

อีกด้านหนึ่ง

ของภาพยนตร์เรื่องนี้

คือการมีคุณต่าย

สายธาร นิยมการณ์

ดาราวัยรุ่นชื่อดัง

ของวงการบันเทิง

ในช่วงยุค 90

มาร่วมแสดง

ซึ่งบทบาทเล็กๆ

ที่ออกมาครั้งเดียว

ร่วมกับคุณมอส

ปฎิภาณ ปฐวีกานต์

ก็ทำให้เธอนั้น

เป็นที่จดจำ

ก่อนจะโด่งดัง

ในผลงานภาพยนตร์

เรื่อง อนึ่งคิดถึงพอสังเขป

ซึ่งถือเป็นผลงานการแสดง

ในภาพยนตร์เรื่องต่อมา

ของสาวน้อยน่ารักท่านนี้)


สำหรับในด้านการเตรียมงาน

ในการสร้างภาพยนตร์นั้น

ทางทีมงานของกองถ่าย

ได้มีการเตรียมตัว

ล่วงหน้ากว่า 3 เดือน

ก่อนจะมีการถ่ายทำจริง

โดยในช่วงการเตรียมงาน

ของการสร้างนั้น

ทางฝ่ายทีมงาน

ก็จะมีการเตรียมฉาก

ประสานงานสถานที่

ออกแบบ จัดหาเสื้อผ้า

และอบรมการแสดง

ให้กับนักแสดงหน้าใหม่

โดยเหล่านักแสดงนำ

ก็จะต้องเข้าเรียน

ในคลาสการแสดง

กับอาจารย์สุพล วิเชียรฉาย

เพื่อไม่ให้เสียเวลา

เมื่อถึงเวลา

ในการถ่ายทำจริง

นอกจากนี้

ในด้านสถานที่

ที่ใช้ในการถ่ายทำ

เพื่อใช้เป็นฉาก

ของโรงเรียนดำรงวิทยา

ตามในบทภาพยนตร์

ของภาพยนตร์เรื่องนี้

ทางทีมงาน

ได้มีการขอนุญาติ

ในการใช้สถานที่

ของโรงเรียน

ในหลายๆแห่ง

ทั้ง เซนต์คาเบรียล

เตรียมอุดม อัสสัมชัญ

และ หอประชุม

ของสยามสมาคม

เพื่อใช้เป็นโลเคชั่น

ในการถ่ายทำ

โดยนำมาตัดต่อ

เป็นโรงเรียนดำรงวิทยา

ตามที่บทภาพยนตร์

ได้วางเรื่องราวไว้

ซึ่งเมื่อผ่านการตัดต่อ

ผู้ชมภาพยนตร์

ก็จะไม่รู้สึก

ถึงความแตกต่าง

ของสถานที่เหล่านี้

(ข้อมูลมีการบันทึก

ในด้านเบื้องหลัง

จากบทสัมภาษณ์

ของผุ้กำกับภาพยนตร์

ในบางส่วนเท่านั้น)

หงส์เหิน (1997)

ในปี พ.ศ. 2540

สถานีโทรทัศน์ช่อง 9

ร่วมกับบริษัท

อัครมีเดีย จำกัด

เสนอละครโทรทัศน์

แนว ชีวิต-รัก

เรื่อง หงส์เหิน

โดยเป็นการสร้าง

เป็นละครโทรทัศน์

จากบทประพันธ์

ของ บุษยมาส

นำมาดัดแปลง

เป็นบทโทรทัศน์

โดย วรการ

และกำกับการแสดง

โดย อดุลย์ ดุลยรัตน์

ละครโทรทัศน์

เรื่อง หงส์เหิน

ออกอากาศ

เป็นประจำ

ในทุกวันเสาร์

และ วันอาทิตย์

เวลา 13.00-14.00 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9

ในช่วงปี พ.ศ. 2540

โดยมีการเริ่มต้น

การออกอากาศครั้งแรก

ในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2540


ละครโทรทัศน์

เรื่อง หงส์เหิน

ฉบับงานการสร้าง

ในปี พ.ศ. 2540

นำแสดงโดย ณัฐนันทน์ คุณวัฒน์

รับบท คัมภีร์ ศุภราชโยธิน

ชายหนุ่มรูปหล่อ

ผู้มีจิตใจดี

ที่มีฐานะร่ำรวย

และสำเร็จการศึกษา

มาจากต่างประเทศ

จากความผูกพัน

และคำสัญญา

ที่เคยฝากไว้

ต่อทัดทรวง

ในช่วงวัยเด็ก

ทำให้เขานั้น

มีจิตใจมั่นคง

ต่อทัดทรวง

หญิงสาวแสนดี

ที่เขามีความรัก

และความจริงใจ

มอบให้เสมอ

แม้ว่าความรัก

ที่บริสุทธิ์

ของทั้งสองนั้น

จะต้องพบ

กับอุปสรรค

อีกมากมาย

ก็ตามที


ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี

รับบท ทัดทรวง ทิติกุล

สาวน้อยแสนสวย

ซึ่งเป็นหญิงสาว

ที่น่าสงสาร

จากการกำพร้า

ทั้งบิดา มารดา

ตั้งแต่ยังเล็ก

จากการเข้ามาอาศัย

และได้รับการเลี้ยงดู

ในบ้านเหมราช

ที่หรูหรา ใหญ่โต

ก็ทำให้เธอนั้น

มักจะถุกกลั่นแกล้ง

และได้รับการดูถูก

จากเหล่าญาติพี่น้อง

จากการที่บิดา

ของเธอนั้น

เป็นบุตรชาย

ของเจ้าของบ้าน

ที่เกิดกับภรรยา

ที่เป็นคนรับใช้

ซึ่งจากความอดทน

และเข้มแข็ง

ที่มีในตัวเธอ

ก็ทำให้ทัดทรวงนั้น

สามารถเติบโตขึ้นมา

อย่างสวยงาม

ไม่ได้เป็นเพียงกา

ที่อยู่ในฝูงหงส์

อย่างที่ทุก-ทุกคน

ได้เคยดูถุกไว้


มยุริญ ผ่องผุดพันธ์

รับบท วัลลี

หญิงสาวสวย

ผู้มีศักดิ์

เป็นญาติผู้พี่

ของทัดทรวง

เธอเป็นหญิงสาว

ที่มีจิตใจดี

และอ่อนโยน

จึงไม่เคยนึกรังเกียจ

และคอยช่วยเหลือ

รวมถึงให้กำลังใจ

ต่อทัดทรวงเสมอ

ซึ่งจากการที่วัลลี

มีใจมอบให้ธีรยุทธ

ซึ่งเป็นชายหนุ่ม

ที่มาหลงรัก

ในตัวทัดทรวง

ก็ทำให้ทัดทรวงนั้น

ไม่อาจตอบรับ

ความรู้สึกที่มี

ของเขาได้

จากการที่เธอนั้น

รักและเคารพ

ในตัววัลลี

ซึ่งเป็นญาติผู้พี่

อย่างมากนั่นเอง


โดยนอกจากนักแสดง

ในบทบาทเหล่านี้

ละครโทรทัศน์

เรื่อง หงส์เหิน

ฉบับปี พ.ศ. 2540

ยังมีนักแสดงชั้นนำ

อีกมากมาย

ที่มาร่วมสร้างสีสัน

ให้กับละครโทรทัศน์เรื่องนี้

เช่น มณีรัตน์ วงศ์จิรศักดิ์

รับบท วนิดา

วสันต์ กรรณภูติ

รับบท ธเนศ

ปวีณา ชารีฟสกุล

รับบท วนัส

หรือ คุณกลาง

พอเจตน์ แก่นเพชร

รับบท นายมั่น

ทม วิศวชาติ

รับบท สุภัทร

รสริน จันทรา

รับบท กันยา

วุฒิ คงคาเขตร

รับบท พิชิต

ธิติยา นพพงษากิจ

รับบท วิไลลักษณ์

เมืองชัย กิตติเกษม

รับบท แม็ก

นภาพร หงสกุล

รับบท แม่บ้าน

ปรางวลัย เทพสาธร

รับบท แก่น

ชาฎนัฏฐ์ พัฒนกุล

รับบท ธีรยุทธ

สกี อังคูน

รับบท เอกชัย

มารศรี ณ บางช้าง

รับบท คุณหญิงย่า

ศิริวรรณ ทองแสง

รับบท บุศรา

ปิยะพล โกมหะวงศ์

รับบท รักษา

มนต์ชัย ภราดรบัญชา

รับบท พ่อเลี้ยงบุญคุ้ม

ด.ญ. หยาดทิพย์ ราชปาล

รับบท ทัดทรวง (วัยเด็ก)

ด.ญ. มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์

รับบท วัลลี (วัยเด็ก)

ด.ญ. วรัญญา เจริญพรสิริสุข

รับบท เยาวดี (วัยเด็ก)

ด.ญ. ศศิธร คำมาศ

รับบท วิไลลักษณ์ (วัยเด็ก)

ด.ช. ไพศาล ประสานพงษ์

รับบท คัมภีร์ (วัยเด็ก)

ด.ช. วรุฬห์ อัศวศิริชัยกุล

รับบท เอกชัย (วัยเด็ก)

ด.ช. ปณิธาน นายะขุนทรกุล

รับบท ธีรยุทธ (วัยเด็ก)


ละครโทรทัศน์

เรื่อง หงส์เหิน

เป็นเรื่องราวชีวิต

และความรัก

ของ ส้ม

หรือ ทัดทรวง

สาวน้อยแสนสวย

ที่ต้องกำพร้า

บิดา มารดา

ตั้งแต่ยังเล็ก

จากการดูแล

ของนายมั่น

คนรับใช้ชรา

ผู้มีความซื่อสัตย์

ของทางครอบครัว

ก็ทำให้ทั้งสองนั้น

ตัดสินใจเดินทาง

ไปขอพักอาศัย

ในบ้านเหมราช

ซึ่งใหญ่โต หรูหรา

แต่ทว่าปราศจาก

ความรักและความเมตา

ในฐานะบุตรสาว

ของบุตรชาย

ของผู้เป็นเจ้าของ

บ้านเหมราช

ที่เกิดกับสาวใช้

ก็ทำให้ทัดทรวงนั้น

ต้องแบกรับ

การดุถุก ดูแคลน

และการกลั่นแกล้ง

จากคุณกลาง

พี่สาวต่างมารดา

ของผู้เป็นบิดา

และวิไลลักษณ์

ผู้เป็นบุตรสาว

ของคุณกลาง

ที่ต่างก็เย่อหยิ่ง

และร้ายกาจ

กับทัดทรวงเสมอ

ซึ่งจากความดี

และความอดทน

ที่มีอยู่ในตัวตน

ของทัดทรวง

รวมถึงความรัก

และกำลังใจ

จากคัมภีร์

ชายหนุ่มรูปหล่อ

ที่มีความเพียบพร้อม

ผู้ซึ่งมีความรัก

และความจริงใจ

มอบให้กับเธอเสมอ

ก็ทำให้ทัดทรวงนั้น

สามารถยืนหยัด

ที่จะพิสูจน์ตัวเอง

กับเหล่าญาติพี่น้อง

ว่าตัวเธอเองนั้น

ก็เป็นเช่นหงส์

ที่มีความดีงาม

และความเข้มแข็ง

ไม่แตกต่าง

จากเหล่าพี่น้อง

ในบ้านเหมราช

ผู้มีความสูงส่ง

ในความเป็นผู้ดี

มาตั้งแต่กำเนิด

Neo Leon / นีโอ ลีออง

นายแบบหนุ่มหล่อจากวงการแฟชั่นยุค 90
ในช่วงต้นยุค 90

ถึงช่วงกลางยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

วงการแฟชั่น

ในประเทศไทย

มีกระแสความนิยม

ในการใช้นายแบบ

ที่เป็นชาวต่างชาติ

ในการเป็นผู้แสดงแบบ

ของการถ่ายทำ

ภาพแฟชั่น

งานด้านโฆษณา

รวมถึงการเดินแบบ

ในงานแฟชั่นโชว์ต่างๆ

โดยจากความทรงจำ

ของผู้เขียนบลอก

นอกจากนายแบบ

ที่เป็นชาวต่างชาติ

อย่าง David X

Mike Lewis

Adrian Chan

Nathan Ursua

Michael Wong

Anthony Sandstrom

ที่ได้รับความนิยม

ในวงการแฟชั่น

ของประเทศไทย

ในช่วงยุค 90

อย่างมากแล้ว

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้

Neo Leon / นีโอ ลีออง

นายแบบหนุ่มหล่อ

จากประเทศสิงคโปร์

ท่านนี้นั้น

ก็ถือเป็นนายแบบ

ที่เป็นชาวต่างชาติ

อีกท่านหนึ่ง

ที่เข้ามาฝากผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

และงานด้านโฆษณา

ไว้ในประเทศไทย

อย่างมากมาย

ในช่วงต้นยุค 90

ถึงช่วงกลางยุค 90

ที่ผ่านมา

โดยในการบันทึก

บทความของบลอก

ในครั้งนี้นั้น

จะเป็นการบันทึก

ที่เน้นในช่วงเวลา

ของการทำงาน

เฉพาะในประเทศไทย

ของนายแบบหนุ่มหล่อ

ในช่วงยุค 90 ท่านนี้

เพียงเท่านั้น







สำหรับประวัติส่วนตัว

ของนายแบบ

ที่ใช้ชื่อที่ตั้งขึ้น

เพื่อการทำงาน

ในวงการแฟชั่น

ของประเทศไทย

ในช่วงยุค 90

ว่า Neo Leon

ท่านนี้นั้น

จากบทสัมภาษณ์

ในปี พ.ศ. 2536

นายแบบหนุ่มหล่อท่านนี้

เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2511

ที่ประเทศสิงคโปร์

โดยเขาเป็นบุตรชาย

เพียงคนเดียว

ของครอบครัว

ที่มีคุณพ่อ

เป็นชาวออสเตรเลีย

และมีคุณแม่

เป็นชาวจีน

ที่เกิดที่สิงคโปร์

โดยจากบทสัมภาษณ์

ในปี พ.ศ. 2536

นายแบบท่านนี้

สูง 182 เซนติเมตร

หนัก 70 กิโลกรัม

(ข้อมูลจากบทสัมภาษณ์

ถึงในช่วงยุค 90 เท่านั้น)







เส้นทางในวงการแฟชั่น

ของ Neo Leon / นีโอ ลีออง

ที่ประเทศสิงคโปร์

เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขานั้น

มีอายุได้ 18 ปี

ซึ่งหลังจากการทำงาน

และเป็นที่รู้จัก

จากการทำงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

การเดินแบบแฟชั่น

รวมถึงการทำงาน

ในด้านโฆษณา

ที่เกาะสิงคโปร์

จนถึงจุดอิ่มตัว

เขาก็ตัดสินใจ

ที่จะเริ่มรับงาน

จากต่างประเทศ

เพื่อความก้าวหน้า

ทางด้านอาชีพ

ซึ่งจากการตัดสินใจ

ที่จะออกเดินทาง

เพื่อมาติดต่องาน

ในประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2534

ก็ทำให้เขานั้น

หันเหความต้องการ

ที่จะไปทำงาน

ในด้านการเป็นนายแบบ

ที่ประเทศอื่นๆ

จากการที่ในประเทศไทย

มีผู้ติดต่องาน

เข้ามาหาเขา

อย่างต่อเนื่อง

จนทำให้ในฐานะ

นายแบบหน้าใหม่

ในประเทศไทย

เขาได้ตัดสินใจ

ที่จะปักหลักทำงาน

ในด้านการเป็นนายแบบ

อยู่ที่ประเทศไทย

ตลอดระยะเวลา

ในช่วงปี พ.ศ. 2534

ถึงช่วงปี พ.ศ. 2539

(จากข้อมูลผลงาน

ที่ผู้เขียนบลอก

ค้นมาได้เท่านั้น)








ในฐานะนายแบบ

Neo Leon / นีโอ ลีออง

เริ่มต้นการทำงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในนิตยสารแฟชั่น

ของประเทศไทย

เป็นครั้งแรก

ในช่วงปี พ.ศ. 2534

ซึ่งจากการถ่ายแบบ

ที่มีการตีพิมพ์

ลงในนิตยสารชั้นนำ

ที่กำลังได้รับความนิยม

ในช่วงยุค 90

อย่าง Image

จากการแนะนำงาน

ของบริษัทสยามสตูดิโอ

ก็ทำให้เขานั้น

กลายเป็นที่รู้จัก

ในวงการแฟชั่น

ของประเทศไทย

ซึ่งหลังจากการทำงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในประเทศไทย

เป็นครั้งแรกนี้

เขาก็มีผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ

ของประเทศไทย

ในหลาย-หลายฉบับ

ให้ได้ติดตามรับชม

ตามมาอีกมากมาย

โดยในฐานะนายแบบ

ที่เป็นชาวต่างชาติ

เขาเป็นที่จดจำ

ในฐานะนายแบบ

ที่มีทรงผม

รวมถึงหน้าตา

ที่มีความหล่อเหลา

ในแบบแปลก-แปลก

ซึ่งในฐานะนายแบบ

ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ

เขาทำงานได้ดี

ทั้งในการถ่ายภาพ

ที่เป็นชุดสูท ชุดลำลอง

ซึ่งเป็นการถ่ายภาพ

สำหรับการโฆษณา

ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า

สำหรับท่านชาย

รวมถึงยังทำได้ดี

ในการถ่ายภาพแฟชั่น

ของการถ่ายภาพ

สำหรับงานเสื้อผ้า

ของเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำ

ที่เน้นไปในทางศิลปะ

ซึ่งเหมาะกับหน้าตา

ที่ดูหล่อแปลกตา

ไม่เหมือนนายแบบ

และนางแบบท่านอื่นๆ

ในช่วงเวลาเดียวกัน






โดยนอกจากการทำงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

ในนิตยสารแฟชั่น

และงานการเดินแบบ

ในงานแฟชั่นโชว์ต่างๆ

Neo Leon / นีโอ ลีออง

ยังเป็นที่จดจำ

จากการมีผลงาน

ในด้านโฆษณา

ฝากไว้อย่างมากมาย

ในประเทศไทย

โดยในฐานะนายแบบ

เขามีผลงาน

ในด้านโฆษณา

กางเกงยีนส์ฮาร่า

ที่แสดงร่วมกัน

กับคุณยู่ยี่

อลิสา อินทุสมิท

นางแบบชื่อดัง

ของประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2534

เป็นผลงาน

ในด้านโฆษณา

เป็นชิ้นแรก

ซึ่งหลังจากผลงาน

ในด้านโฆษณาชิ้นนี้

เขาก็มีผลงาน

ในด้านโฆษณา

ในชิ้นอื่น-อื่น

อย่าง แชมพูนีเวีย

ทรอส โคโลญจน์

ผลิตภัณฑ์เสือผ้า

Chaps by Jaspal

Chaps Jeans ฯลฯ

ฝากไว้ในวงการโฆษณา

ของประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2534

ถึงช่วงปี พ.ศ. 2539

ทีผ่่านพ้นมา


โดยนอกจากผลงาน

ในด้านการถ่ายแบบ

การเดินแบบ

และงานด้านโฆษณา

ในช่วงยุค 90

ที่ผ่านมานั้น

Neo Leon / นีโอ ลีออง

ยังเป็นเช่นเดียวกัน

กับนายแบบต่างชาติ

อีกหลาย-หลายท่าน

ในช่วงกลางยุค 90

ที่ก้าวเข้ามา

และมีผลงาน

ในด้านการแสดง

ฝากไว้ในวงการบันเทิง

ของประเทศไทย

โดยนอกจากการแสดง

ในมิวสิควีดีโอ

เพลงฮิตต่างๆ

ในช่วงยุค 90

นายแบบหนุ่มหล่อท่านนี้

ยังเป็นที่จดจำ

จากบทบาทการแสดง

ในบทตัวร้าย

ในผลงานภาพยนตร์

แนวแอกชั่น-วัยรุ่น

เรื่อง เด็กระเบิดยืดแล้วยึด

หรือ Extreme Game

ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์

ที่ประสบความสำเร็จ

ในแง่ของรายได้

ของบริษัท R.S.Film

ที่มีการเปิดตัว

ต่อสื่อมวลชน

และเข้าฉาย

ในโรงภาพยนตร์

ทั่วประเทศ

ในช่วงปี พ.ศ. 2539

ซึ่งจากบทบาท

สมาชิกแกงค์วายร้าย

ที่ตามไล่ล่า

กลุ่มดาราวัยรุ่น

ที่เป็นนักแสดงนำ

ของภาพยนตร์เรื่องนี้

ก็ถือเป็นผลงาน

ในด้านการแสดง

ที่มีความโดดเด่น

ของนายแบบท่านนี้

ที่ฝากไว้ในวงการบันเทิง

ของประเทศไทย


ในฐานะนายแบบ

ที่เป็นชาวต่างชาติ

ที่ก้าวเข้ามา

มีผลงาน

การถ่ายแบบ

การเดินแบบ

ในงานแฟชั่นโชว์

และการมีผลงาน

ในด้านโฆษณา

ในประเทศไทย

Neo Leon / นีโอ ลีออง

ก็ได้ห่างหายไป

จากงานเบื้องหน้า

ของวงการแฟชั่น

ในประเทศไทย

ตามวันและเวลา

และการเปลี่ยนแปลง

ของวงการแฟชั่น

ในประเทศไทย

ที่ในแต่ละยุคสมัย

ก็จะมีนายแบบ

และนางแบบหน้าใหม่

ก้าวเข้ามาสร้างสีสัน

และความสวยงาม

ให้กับวงการแฟชั่น

ของประเทศไทย

ในแต่ละช่วงเวลา

ในแต่ละยุคสมัยเสมอ

โดยในการบันทึก

บทความของบลอก

ในครั้งนี้นั้น

หากมีข้อผิดพลาด

หรือมีข้อมูล

ในด้านรายละเอียด

ที่ไม่ถุกต้อง

ผู้เขียนบลอก

ต้องขออภัย

ไว้ ณ ที่นี้

(ข้อมูลในบทความนี้

มีการบันทึกไว้

จากข้อมูลต่างๆ

ถึงในช่วงปี พ.ศ. 2539

เพียงเท่านั้น)

รักประกาศิต (1988)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารลลนา (1973-1995)

สโมสรผึ้งน้อย (1984)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
แหม่ม พัชริดา วัฒนา

รายการมาตามนัด (1987)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารทีวีรีวิว (1972-1992)

SAN MIGUEL BEER (1989)

SVESVESB / YASUO MIYATA (1982)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เมย์ ศศลักษณ์ พันธุ์หาญ

YUSHUN ORACION (1988)

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ
เอล (1992-1995)

SEVENTH HEAVEN (1996-2007)

เสือ 11 ตัว (2001)

เสือ 11 ตัว (2001)

พิษสวาท (1991)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เจี๊ยบ ศักราช ฤกษ์ธำรงค์

NIVEA SKIN LOTION (1988)

โฆษณาเก่าในความทรงจำ

โฆษณาเก่าในความทรงจำ
เนสกาแฟเอ็กซ์ตร้าเชค (1985)

BALENO / DAVID WU (1989)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ (1983)

สิงห์โกลด์ไลท์เบียร์ (1989)

From Me To You


การจัดทำบลอกนี้

เกิดจากความรู้สึก

ที่ผู้เขียนบลอก

อยากจะบันทึก

ความทรงจำ

ในช่วงเวลา

ของวันเก่าๆ

ผ่านเส้นทาง

จากเรื่องราว

และผลงานต่างๆ

ของเหล่าดารา

นักร้อง นักแสดง

นายแบบ นางแบบ

นักเขียน ฯลฯ

ซึ่งมีความเกี่ยวข้อง

กับศิลปะบันเทิง

ในช่วงยุคสมัย

ก่อนการมาถึง

ของอินเทอร์เน็ต

ที่แพร่หลาย

ในสังคมไทย

อย่างในทุกวันนี้

ซึ่งในการจัดทำ

ผู้เขียนบลอก

ได้รวบรวม

เรื่องราวต่างๆ

จากความทรงจำ

และค้นข้อมูล

โดยนำรูปภาพ

จากนิตยสารต่างๆ

ในช่วงเวลาอดีต

นำมารวบรวม

และเรียบเรียง

ให้เป็นภาพชัดเจน

ขึ้นมาอีกครั้ง

ด้วยสิ่งที่ตนเองนั้น

ยังคงเก็บไว้

ด้วยความมุ่งหวัง

ในการนำเสนอ

ด้วยความให้เกียรติ

ผ่านการนำเสนอ

ในด้านที่สวยงาม

ซึ่งในการจัดทำ

บทความต่างๆ

ซึ่งต้องใช้ภาพ

จากนิตยสารแฟชั่น

และนิตยสารบันเทิง

ในฉบับต่างๆ

จากช่วงยุค 70

ถึงช่วงปลายยุค 90

ซึ่งภาพทั้งหมดนั้น

ถือเป็นลิขสิทธิ์

ของนิตยสาร

และช่างภาพ

ท่านต่างๆ

ทำให้ผู้เขียนบลอก

มีความตั้งใจ

ที่จะจัดทำบลอกนี้

โดยไม่แสวงผลกำไร

และไม่เปิดรับโฆษณา

เพื่อเป็นการยุติธรรม

ต่อเจ้าของภาพ

ในนิตยสาร หนังสือ

และวีดีโอต่างๆ

ที่ผู้เขียนบลอก

นำมาเรียบเรียงไว้

ในบทความ

โดยในการจัดทำ

ผู้เขียนบลอก

อยากจะขอขอบคุณ

นิตยสารและช่างภาพ

ซึ่งเป็นเจ้าของภาพ

สำหรับภาพสวยๆ

ในทุก-ทุกรูป

และอยากจะขอ

ความกรุณา

จากผู้อ่านทุกท่าน

ที่จะนำข้อมูล

และภาพต่างๆ

ในบลอกนี้

ซึ่งผู้เขียนบลอก

ไม่ใช่เจ้าของ

ในด้านลิขสิทธิ์

นำไปเผยแพร่

ขอให้ทุกท่าน

ที่จะนำภาพไปใช้

ขอให้นำไปใช้

โดยมิใช่เพื่อการค้า

หรือนำไปรวบรวมใว้

ในเวบไซต์ เพจ

หรือบลอกต่างๆ

ที่มีการลงโฆษณา

หรือนำไปประกอบ

ในข้อความ บทความ

ที่จะเป็นการล่วงเกิน

ผู้ที่เป็นแบบ

ในภาพนั้นๆ

จากการนำไปใช้

ร่วมกับข้อความ

ที่มีข้อมูล

ในด้านลบ

หรือใช้ถ้อยคำ

ที่มีความหยาบคาย

ซึ่งจะสร้างความเสียหาย

ให้กับผู้เป็นแบบ

ซึ่งอยู่ในภาพ

ท่านนั้นๆ

SUMMER CONCERT / JIMMY LIN (1992)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารซินีแม๊ก (1994-2002)

SUCCESS / EISAKU YOSHIDA (1989)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Eisaku Yoshida

DIG MEN / TAKAHASHI BROTHERS (1989)

DAWSON'S CREEK (1998-2003)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา

ชาวเวอร์ทูชาวเวอร์ / จอนนี่ แอนโฟเน่ (1989)

กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

SHOWER TO SHOWER / DAVID X (1994)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ลางลิขิต (2001)

โฆษณาเครื่องดื่มเป็ปซี่ / พีท ทองเจือ (1992)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Movie Time Magazine (1997-2009)

EQUAL ROMANCE / COCO (1989)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
แพท พัสสน ศรินทุ

MELROSE PLACE (1992-1999)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Gift Magazine (1981-1992)
ในช่วงยุค 70-90 นั้น

สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทการ์ตูน

ที่เข้ามาแพร่หลาย

ในประเทศไทยนั้น

ยังไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับ

ของกฎหมายลิขสิทธิ์

อย่างที่เกิดขึ้น

ในประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2535

ทำให้วงการการ์ตูน

ในประเทศไทย

ในขณะนั้น

มีการแข่งขันกัน

ระหว่างสำนักพิมพ์ต่างๆ

ในการตีพิมพ์และวางจำหน่าย

ผลงานการ์ตูนเรื่องดังๆ

จากประเทศญี่ปุ่น

จากเหตุผลในข้อนี้เอง

ทำให้เกิดนิตยสารการ์ตูน

เพื่อที่จะได้มีการแปล

และวางจำหน่าย

ให้ทันกับต้นฉบับ

ของนิตยสารการ์ตูน

ที่วางขายในประเทศญี่ปุ่น

และ กิฟท์ แม็กกาซีน

ของ ไลน์อาร์ทแพลนนิ่ง

ถือเป็นหนึ่งในนิตยสารการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ที่โด่งดังมากที่สุด

ในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมา

จากการมีการ์ตูนเรื่องดังๆ

อย่าง ไซเฟอร์ ไอบอย

เลขรักพิสดาร

อสูรน้อยกระซิบรัก

ตีพิมพ์เป็นประจำ

โดยนอกจากการ์ตูนฮิตเหล่านี้

กิฟท์ แม็กกาซีน

ยังมีลักษณะเฉพาะ

ที่มีความพิเศษ

ที่เป็นที่ชื่นชอบ

ของผู้อ่านมากมาย

จนกลายเป็นนิตยสารการ์ตูน

สำหรับเด็กผู้หญิง

ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้อ่านทุก-ทุกคน

มาจนถึงในทุกวันนี้

โดยผู้อ่านบลอก

ที่สนใจและชื่นชอบ

ในนิตยสารเล่มนี้

สามารถอ่านบทความ

และชมภาพทั้งหมด

ได้ในหัวข้อ 80 thai magazine

และ 90 thai magazinr

CITY HUNTER (1987)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
มารยาริษยา (1998)

SUNTORY NCAA / KOJI KIKKAWA (1985)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ต่อ กันติ ธรรมาณิชานนท์

MR PRIVATE EYE / CITY HUNTER (1987)

คิขุอาโนเนะ / วงบอยสเก๊าท์ (1993)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ธรรม์ โทณะวณิก

THE DREW CAREY SHOW (1995-2004)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารอานนท์ (1993-1995)

SUNTORY / KAORU KOBAYASHI (1987)

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ
รักทระนง (1987)

JAL OKINAWA / TORU KAZAMA (1989)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Taishu Kase

BEVERLY HILLS 90210 (1990-2000)

คลั่ง / อนุชิต จุรีเกษ (1986)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
HELLO MAGAZINE (1985-1989)

LOVE LIGHT / YU HAYAMI (1982)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารบงกช (1981-1989)

PRIVATE LIFE / SHONENTAI (1987)

Shonentai / 少年隊

ในช่วงยุค 80

ที่ผ่านมานั้น

ถือเป็นช่วงยุคเฟื่องฟู

ของเหล่านักแสดง

นักร้องวัยรุ่น

ขวัญใจวัยรุ่น

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่เริ่มเป็นที่รู้จัก

และมีชื่อเสียง

ในประเทศไทย

โดยหลังจากความสำเร็จ

ของละครโทรทัศน์

เรื่อง เคนโด้

ข้าคือลุกผู้ชาย

รวมถึงละครโทรทัศน์

แนวกีฬา

จากประเทศญี่ปุ่น

อีกหลายๆเรื่อง

ที่เข้ามาแพร่ภาพ

และได้รับความนิยม

ในประเทศไทย

ในช่วงยุค 70

ผู้ชมชาวไทย

ก็เริ่มจะเปิดรับ

ผลงานเพลง

ละครโทรทัศน์

และภาพยนตร์เรื่องต่างๆ

จากประเทศญี่ปุ่น

โดยในฐานะ

กลุ่มนักร้อง

ขวัญใจวัยรุ่น

สามนักร้องหนุ่มหล่อ

วง Shonentai

ถือเป็นกลุ่มนักร้อง

จากประเทศญี่ปุ่น

ที่ได้รับความนิยม

จากสาวๆชาวไทย

มากที่สุด

ในช่วงยุค 80

ซึ่งความโด่งดัง

ของพวกเขา

ทำให้ผู้ชม

ในประเทศไทยเอง

ได้มีโอกาสต้อนรับ

และเข้าชมคอนเสริต์

ของพวกเขา

ที่มีการจัดขึ้น

ในประเทศไทย

ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่

ในยุคสมัย

ที่ยังไม่มี Internet

และสื่อบันเทิงต่างๆ

ให้ได้ติดตามรับชม

กันอย่างมากมาย

เหมือนในทุกวันนี้

โดยผู้อ่านของบลอก

ที่คิดถึงผลงาน

และเรื่องราวเก่าๆ

ในช่วงแรก

ของอาชีพนักร้อง

ของทั้งสามหนุ่มหล่อนี้

สามารถติดตามเรื่องราว

และรับชมรูปภาพ

ของพวกเขาได้

ในหัวข้อ 80 Japan Male Idol

LOTTE CRUNKY / YUKI UCHIDA (1995)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
โด่ง สิทธิพร นิยม

แกล้งโง่ / ฝันดี ฝันเด่น จรรยาธนากร (1994)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
อุแว้สวรรค์มหัศจรรย์ข้ามโลก (1997)

รักเดียวของเจนจิรา (1996)

ละครเก่าในความทรงจำ

ละครเก่าในความทรงจำ
ดั่งดวงหฤทัย (1996)

รักแท้แค่ขอบฟ้า (1997)

ขอคืน / บอยสเก๊าท์ (1993)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารด้วยรัก (1983-1985)

สาวอีสานรอรัก / สมหญิง สุขประเสริฐ (1986)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Starpics Magazine (1965)

โทรทัศน์สีมิตซูบิชิ / สาวสาวสาว (1988)

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ

การ์ตูนเก่าในความทรงจำ
บันทึกรักโพนีเทล (1985-1987)

EARLY EDITION (1996-2000)

ปราสาทมืด (1994)

นิตยสารฉบับเก่าในความทรงจำ

นิตยสารฉบับเก่าในความทรงจำ
นิตยสารแพรว (1979)

ปริศนา (1987)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Kazukiyo Nishikiori (Shonentai)

IN THE NAME OF LOVE (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ม.6/2 ห้องครูวารี (1994)

MEIJI CHOCOLAT / NAOKI HOSAKI (1993)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์

TOKI WO KAKERU SHOUJO (1983)

AGAINST ALL ODDS (1984)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
Starpics Magazine (1965)

GLICO ALMOND / RYUJI HARADA (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
โจ ธเนศ ฉิมท้วม

โปลิศจับขโมย (1996)

ปุกปุย (1990)

ภาพยนตร์คุณภาพ

เรื่อง ปุกปุย

ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้ชมภาพยนตร์

หลาย-หลายท่าน

มาจนถึงในทุกวันนี้

เกิดจากแนวคิด

ในการเขียนบท

ของ คุณอุดม อุดมโรจน์

และ คุณทองขาว มะขาวป้อม

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้

มีชื่อแรกในบทร่าง

ว่า ใครใครก็ไม่รัก

ซึ่งแนวคิดของเรื่อง

ได้รับแรงบันดาลใจ

มาจาก My Life As a Dog

จากการที่คุณอุดมนั้น

ต้องการสร้างภาพยนตร์

เกี่ยวกับเด็กเด็ก

ในแนวคิดที่อยากนำเสนอ

ให้สังคมและครอบครัว

หันมาใส่ใจ

และดูแลเด็กเด็ก

ในด้านความรู้สึก

ของพวกเขามากกว่านี้

โดยรายนามของผู้สร้างสรรค์

ภาพยนตร์คุณภาพเรื่องนี้

มีดังนี้ กำกับภาพยนตร์

โดย อุดม อุดมโรจน์

อำนวยการสร้าง

โดย จรัญ/วิสูตร พูลวรลักษณ์

ถ่ายภาพ

โดย ปัญญา นิ่มเจริญพงศ์

ดนตรีประกอบ

โดย จำรัส เศวตาภรณ์

ภาพยนตร์เรื่อง ปุกปุย

เปิดตัวต่อสื่อมวลชน

และออกฉายทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2533

โดยแม้จะมาพร้อม

กับคุณภาพ

และงานการสร้าง

ที่มีความสมบูรณ์แบบ

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้

ไม่ได้ออกฉายทันที

ที่การถ่ายทำเสร็จสิ้นลง

เนื่องจากต้องรอคิว

และเวลาในการออกฉาย

ในโรงภาพยนตร์

ที่มีจังหวะเหมาะสม

ก่อนที่ภาพยนตร์เล็กๆเรื่องนี้

จะทำรายได้ในปีนั้น

ไปอย่างเหนือความคาดหมาย

และยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของผู้ชมทุก-ทุกคน

มาจนถึงทุกในวันนี้

ภาพยนตร์เรื่อง ปุกปุย

นำแสดงโดย ด.ช. ณพัชร สุพัฒนกุล

ที่ให้การแสดงชั้นยอด

และเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง

ที่บทภาพยนตร์ต้องการ

ร่วมด้วย ด.ญ. ปรางใส ณ นคร

ด.ช. ศุภชัย ชัยวัฒนเมธิน

เกรียงไกร อุณหนันท์

ธิติมา สังขพิทักษ์

และ ญาณี จงวิสุทธิ์

สบตา / แอนเดรีย สวอเรซ (1994)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารมิถุนา (1983-1997)

KODAK VR35 (1985)

ภาพยนตร์เก่าในความทรงจำ

ภาพยนตร์เก่าในความทรงจำ
กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (1991)

อยากรู้ความจริง / ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง

ครีมอาบน้ำลักส์ / อัญชลี จงคดีกิจ (1985)

รอรัก / เบิร์ดกะฮาร์ท (1991)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
โป้ง วราวุธ บูรพาชยานนท์

MISSING YOU / TOMMY PAGE (1997)

ตามรักคืนใจ (1998)

ในปี พ.ศ. 2541

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท ยูมาร์ 99 จำกัด

ได้เสนอละครโทรทัศน์

เรื่อง ตามรักคืนใจ

แพร่ภาพเป็นประจำ

ทุกวันศุกร์และเสาร์

เวลา 20:30 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

โดยละครโทรทัศน์เรื่องนี้

สร้างจากบทประพันธ์

ของ กิ่งฉัตร

ดัดแปลงเป็นบทโทรทัศน์

โดย ทุ่งดอกไม้

กำกับการแสดง

โดย วิลักษณา

นำแสดงโดย ธนากร โปษยานนท์

รับบท สีหนาท หรือ นายสิงห์

รามาวดี สิริสุขะ

รับบท หนูนา หรือ นารา

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

รับบท ราม

นาถยา แดงบุหงา รับบท รัศมี

นพชัย มัททวีวงศ์ รับบท อดิศร

ชไมพร สิทธิวรนันท์

รับบท จุฑารัตน์ หรือ จุ๊

เมธี อมรวุฒิกุล รับบท สารวัตรกช

รุ้งทอง ร่วมทอง รับบท ขนิษฐา

สมบัติ เมทะนี รับบท วรรณ

ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท ศักดา

ดารณีนุช โพธิปิติ รับบท แป้น

พิมพกา เสียงสมบุญ รับบท พวง

ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ รับบท เอกชาติ

วัชรเกียรติ บุญภักดี รับบท เรือง

เรือนมยุรา (1997)

เธอยังคงมีฉัน / ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี (1994)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
ชีวิตเพื่อฆ่าหัวใจเพื่อเธอ (1998)

SPRING TOUR '90 / SHONENTAI (1990)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
เจ มณฑล จิรา

KIDS RETURN (1996)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Paul Visut Carey

NEVER SURRENDER / COREY HART (1985)

คลังบทความของบล็อก

TOKYO CINDERELLA STORY (1994)

บทความพิเศษของบลอก

บทความพิเศษของบลอก
นิตยสารวัยรุ่นทศวรรษที่ 90

TRUE / SPANDAU BALLET (1983)

MY FAVORITE ALBUM / EISAKU YOSHIDA

MOU DAREMO AISANAI (1991)

ดอกแก้วการะบุหนิง (2000)

ในปี พ.ศ. 2543

สถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ร่วมกับบริษัท ฮู แอนด์ ฮู

โดย วรายุฑ มิลินทจินดา

เสนอละครโทรทัศน์

เเนว โรแมนติก-แฟนตาซี

เรื่อง ดอกแก้วการะบุหนิง

โดยเป็นการสร้าง

จากบทประพันธ์

โดย แก้วเก้า

นำมาดัดแปลง

เป็นบทโทรทัศน์

โดย วรดา

กำกับการแสดง

โดย ชูศักดิ์ สุธีรธรรม

นำแสดงโดย ธนากร โปษยานนท์

รับบท ดนย์

คัทลียา แมคอินทอช

รับบท การะบุหนิง

ฉัตรชัย เปล่งพานิช

รับบท สุหราปาตี

จินตหรา สุขพัฒน์

รับบท กิรณา

เพลงประกอบละครโทรทัศน์

เพลง เธอ

โดย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

ภาพประกอบละครโทรทัศน์

ช่วง Opening Credits

โดย อ.สุรเดช แก้วท่าไม้

ละครโทรทัศน์

เรื่อง ดอกแก้วการะบุหนิง

ออกอากาศเป็นประจำ

ทุกวันจันทร์ อังคาร

เวลา 20.25 น.

ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

ในปี พ.ศ. 2543

TOKI / YUTAKA OZAKI (1988)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารกระดังงา (1984-1990)

VITASOY / SIMON LO (1992)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
สามารถ พยัคฆ์อรุณ

CALBEE POTATO CHIPS / LUI FONG (1985)

ป้ายกำกับ

JAL / KAORU KOBAYASHI (1991)

MY FAVORITE ALBUM

MY FAVORITE ALBUM
CAPRICCIO / SHONENTAI (1988)

HI-C LEMON TEA / EKIN CHENG (1987)

นิตยสารเก่าในความทรงจำ

นิตยสารเก่าในความทรงจำ
นิตยสารเพื่อนเดินทาง (1980)

GILMORE GIRLS (2000-2007)

HOP-STEP-LOVE / JUNICHI NITTA (1982)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Shingo Kazami

JA KYOSAI / EISAKU YOSHIDA (1990)

บทความเก่าของบลอก

บทความเก่าของบลอก
Yuki Saito

วนิดา (1991)